วิธีเขียน Resume ประวัติการทำงานให้น่าสนใจ
สมัยที่ผมกำลังคิดอยากย้ายงานจากธนาคารไทยพาณิชย์
มีเหตุการณ์ในการสมัครงานครั้งหนึ่งที่ประทับใจ
เป็นความภาคภูมิใจของตัวผมเองเป็นอย่างมาก
ตอนนั้นผมส่งใบสมัครงานให้กับบริษัทคอลเกตปาล์มโอลีฟ
ในวันสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลได้หยิบใบสมัครของผมขึ้นมา
ชี้ให้ดูข้อความของหัวหน้าที่เป็นฝรั่งเขียนเอาไว้ แล้วบอกกับผมว่า
"หัวหน้าเขียนไว้ว่า ต้องสัมภาษณ์คุณสมเกียรติให้ได้
ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยมีใครที่หัวหน้าให้ความสนใจมากเช่นนี้มาก่อน"
จากนั้นก็ต้องผ่านการสัมภาษณ์จากหัวหน้าทั้งที่เป็นฝรั่งและไทย
พอสัมภาษณ์เสร็จกลับมาบ้าน
ผมก็ต้องจัดเตรียมจดหมายส่งไปแสดงความขอบคุณสำหรับการสัมภาษณ์ ...
น่าเสียดายที่ครั้งนั้นแม้ทางบริษัทจะตอบตกลงรับผมเข้าทำงานกับบริษัทคอลเกตปาล์มโอลีฟก็ตาม
ผมเลือกที่จะเข้าทำงานกับบริษัทซีพีแทน
(ครั้งนั้นผมผ่านการคัดเลือกให้เข้าทำงานพร้อมกันทีเดียว 3 บริษัท)
แม้ยุคนี้มีอีเมลให้ใช้ก็ตาม ยังควรใช้วิธีส่งจดหมายเป็นกระดาษใส่ซองอย่างดีเพื่อตอบขอบคุณอยู่ดี
การเขียนประวัติการทำงานให้น่าสนใจ
ไม่ใช่ว่าเขียนลำดับการผ่านงานว่าเคยไปทำงานที่ไหนในช่วงเวลาใดมาก่อนเท่านั้น
สิ่งสำคัญที่ผู้สมัครงานต้องเขียนไว้ในหน้าแรก
ย่อหน้าแรกบริเวณใต้ชื่อนามสกุลของตนเองต้องใช้สำหรับเล่าถึงเรื่องความสำเร็จ
(Achievements) ของตน
☝️ ความสำเร็จ คือ อะไร
ความสำเร็จที่จะเขียนลงไปนั้น
ต้องเป็นข้อความที่ผู้อ่านอ่านแล้วต้องทึ่ง
และต้องเชื่อได้ง่ายว่าเป็นความจริงโดยปราศจากข้อสงสัย
ไม่ใช่ว่าเอาแต่โม้ว่า ตัวเองทำงานได้ดีอย่างนั้นอย่างนี้
ซึ่งคนอ่านเขาจะต้องสงสัยต่อไปว่า ที่ว่าดีของคุณนั้นมันดีอย่างไร
ขอยกตัวอย่าง ข้อความที่แสดงถึงความสำเร็จให้ดูกันหน่อย
"ผมได้รับเลือกให้เข้าร่วมประชุมกับผู้บริหารระดับสูง ซึ่งในที่ประชุมนั้นผมเป็นพนักงานที่มีอายุน้อยที่สุด"
"ผมเป็นผู้ริเริ่มให้นำโปรแกรม Excel
มาใช้ในการวางแผนค่าใช้จ่ายของบริษัท แทนที่จะใช้โปรแกรมสำเร็จรูปเดิม
ทำให้บริษัทสามารถลดเวลาในการวางแผนได้จากเดิมซึ่งใช้เวลาเป็นวันให้เหลือเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงก็แล้วเสร็จ"
ข้อความข้างต้นนี้ถ้าเขียนแบบธรรมดาก็จะเหลือเพียง
"ผมมีหน้าที่ต้องเข้าร่วมประชุมกับผู้บริหารระดับสูง"
"ผมใช้ Excel ในงานวางแผนค่าใช้จ่ายของบริษัทได้อย่างมีประสิทธิภาพ"
ถามว่า อ่านแล้ว ไม่น่าสนใจ ไม่เห็นจะแปลกเลยใช่ไหม
บางคนเอาแต่ลอกหน้าที่งานลงไป ซึ่งไม่ได้สื่อถึงความสำเร็จอะไรแม้แต่น้อย
แถมยังทำให้ผู้อ่านสงสัยอีกว่า ถ้านี่ถือว่าเป็นความสำเร็จของคุณ
แล้วมันสำเร็จอย่างไร
ใครๆเขาก็อาจมีโอกาสเข้าร่วมประชุมกับผู้บริหารกันเป็นเรื่องปกติ
แล้วยุคนี้ทุกคนเขาก็ใช้ Excel กันแล้วทั้งนั้น
คำว่าอย่างมีประสิทธิภาพนั้น มันมีประสิทธิภาพอย่างไรกัน ...
อย่านึกว่า
เขียนไปก่อนแล้วอีกหน่อยจะได้มีโอกาสเล่ารายละเอียดในการสัมภาษณ์ภายหลัง
เพราะอาจไม่มีภายหลังอะไรอีกให้คุณก็ได้นะครับ
งานบางงานมีโอกาสครั้งแรกแค่ครั้งเดียวเท่านั้น
ถ้าไม่ผ่านครั้งแรกมักถูกหมายหัวไว้เลยว่า ชื่อคนๆนี้เราเคยไม่ตอบรับมาก่อน
ดังนั้นเก็บเอาไว้ทีหลัง...สุด
คำที่อ่านแล้วบ่งบอกถึงความสำเร็จ ได้แก่ คำว่า ถูกเลือก ถูกแต่งตั้ง
ถูกพิจารณาให้เป็น (อย่าใช้แค่คำว่าคุณทำงานหน้าที่อะไร
เพราะตามความเป็นจริงคุณจะมีสิทธิทำอะไรได้ก็ต้องถูกหัวหน้าเลือกขึ้นมาให้ทำงานนั้นใช่ไหม)
นอกจากนั้นต้องเปรียบเทียบให้เห็นชัดด้วยว่า
สิ่งที่คุณทำให้บริษัทนั้นดีกว่าเดิมอย่างไร
ต้องใช้คำที่แสดงถึงการเปรียบเทียบกับของเดิมให้เห็นชัด เช่น
ลดเวลาเหลือกี่ชั่วโมงจากเดิมเท่าใด
เพิ่มประสิทธิภาพในด้านใดทำให้ลดข้อผิดพลาดหรือทำงานได้เร็วกว่าเดิมอย่างไร
พยายามหาตัวชี้วัดมาใส่ให้เห็นประกอบเสมอ ถ้าคุณถูกเลือกให้ทำงานอะไร
จะอ่านแล้วเห็นว่าพิเศษก็ต้องชี้ให้เห็นด้วยว่า
คุณถูกเลือกมาจากเพื่อนร่วมงานกี่สิบกี่ร้อยคน
หรือถูกเลือกให้ทำงานนี้เป็นครั้งแรกซึ่งไม่เคยมีงานประเภทนี้มาก่อน
ความสำเร็จในแง่การใช้ Excel อาจนำจำนวนแฟ้ม ขนาดแฟ้ม จำนวนชีท
ระยะเวลาที่เสียไปในการคำนวณ จำนวนครั้งที่เกิดข้อผิดพลาด
จากเดิมเทียบกับปัจจุบันที่คุณปรับปรุงใหม่แล้วว่าเป็นเช่นไร
มีวิธีการใดที่แปลกใหม่ต่างไปจากวิธีการเดิมบ้าง
มีคำชมจากหัวหน้าและเพื่อนร่วมงานว่าอย่างไร
อย่าอวดอ้างสรรพคุณที่อ่านแล้วต้องเกิดความไม่น่าเชื่อขึ้นมาทันที
โดยใช้คำที่ยากต่อการพิสูจน์หรือพิสูจน์ไม่ได้หรอก เช่น เป็นที่สุด
เป็นที่หนึ่ง เป็นอันดับหนึ่ง มากที่สุด
พออ่านแล้วจะต้องเกิดคำถามต่อมาว่าเป็นอันหนึ่งในขอบเขตประเทศไหนหรือเป็นมาเมื่อใด
ตอนนี้จะพิสูจน์อย่างไรได้ว่ายังคงครองตำแหน่งนั้นอยู่
ถ้าทำผลงานในไทยก็ไม่ควรโม้ว่าเป็นสถิติระดับโลก
ถ้าบอกว่ามีคนเข้ามาเยี่ยมชมเว็บของคุณนับหมื่นนับแสนก็ต้องเขียนให้ชัดด้วยว่า
เป็นตัวเลขของปีไหน นับรวมกันทั้งปี หรือกี่ปี
เป็นตัวเลขจำนวนผู้เข้ามาเยี่ยมชมเฉยๆหรือนับผู้ที่เข้ามามีส่วนร่วมพูดคุยกันด้วย
อีกทั้งต้องหาทางพิสูจน์ให้เห็นว่าเป็นตัวเลขที่ได้มาโดยไม่ได้จ่ายเงินเพื่อซื้อหาว่าจ้างให้ใครช่วยสร้างตัวเลข
เช่น
แสดงเป็นสถิติไว้ด้วยว่าในช่วงระยะเวลาหนึ่งๆมีจำนวนผู้ชมเพิ่มขึ้นเท่าใด
บางคนช่วยตอบคำถามในฟอรัมหรือทำ facebook แต่พบว่าไม่ได้ใช้เวลาส่วนตัว แต่กลับใช้เวลางานมาทำก็ใช้ไม่ได้
ยิ่งถ้าคุณเป็นคนแรก คนต้นคิด คนริเริ่ม คนที่เป็นต้นเหตุ
คนที่เป็นที่สุดของอย่างใดอย่างหนึ่ง
ขอให้เขียนลงไปเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จของคุณ
ถ้าเป็นภาษาอังกฤษต้องใช้คำว่า begin, start, create, innovate, lead,
commence, introduce, set, found
ความสำเร็จที่จะเขียนลงไปต้องสัมพันธ์กับงานที่คุณอยากจะสมัครด้วย
ขอให้ยกความสำเร็จเด่นๆมาเพียง 3-4 อย่าง เขียนจัดลำดับเป็นข้อๆ
บอกให้ชัดด้วยว่าเป็นความสำเร็จที่เกิดขึ้นสมัยที่ทำงานอยู่ที่ใดและเกิดขึ้นเมื่อใด
ลำดับที่เขียนในประวัติที่ส่งไปสมัครงาน ให้จัดลำดับจาก
1 รูปถ่ายและชื่อนามสกุล
2 ตำแหน่งงานที่ต้องการสมัคร
3 ความสำเร็จ
4 ลำดับการทำงานจากล่าสุดย้อนหลังไปถึงงานแรก พร้อมลักษณะงานที่ทำโดยย่อ
5 ลำดับการศึกษาจากล่าสุดย้อนไป
6 ลำดับการเข้าอบรมพิเศษจากล่าสุดย้อนไป
7 ข้อมูลส่วนตัว เช่น ที่อยู่ โทรศัพท์ อายุ สถานภาพการสมรส ชื่อประเทศที่เคยเดินทางไป งานอดิเรก
Resume
ประวัติการทำงานข้างต้นนี้เป็นต่างชุดกับข้อมูลที่คุณกรอกในใบสมัครซึ่งเป็นแบบมาตรฐานของแต่ละบริษัท
พอเขียนเสร็จก่อนจะจัดเตรียมส่งจดหมาย
ก็ต้องตรวจสอบตัวสะกดไม่ให้ผิดแม้แต่ตัวเดียว ไม่เขียนตัวย่อถ้าไม่จำเป็น
อักษรตัวใหญ่เล็กต้องอยู่ให้ถูกที่ แล้วยังต้องหาวิธีทำให้ชุด Resume
ประวัติของคุณเห็นเด่นชัดแยกจากใบสมัครของคนอื่นที่กองรวมกันเป็นตั้งให้ได้อีก
ชุด Resume ที่ผมส่งไปสมัครงานนั้น ผมใช้กระดาษ A4
อย่างดีที่สุดที่จะหาได้ในท้องตลาด
(ถ้ายกกระดาษมองผ่านแสงจะเห็นลายน้ำยี่ห้อของกระดาษ)
แล้วเย็บเล่มทำสันปกอย่างดี ใส่ลงไปในซองจดหมายขนาด A4
เช่นกันเพื่อป้องกันไม่ให้พับยับยู่ยี่
สุดท้ายนี้ต้องบอกว่าความสำเร็จที่คุณเขียนลงไปนั้น
ไม่ได้มีความสำคัญกับหัวหน้างานใหม่ที่เขากำลังจะตัดสินใจรับคุณเข้าทำงานมากนักหรอกเพราะมันเป็นความสำเร็จในอดีตของคุณ
แต่ความสำเร็จที่คุณเขียนลงไปย่อมแสดงถึงว่า
คุณเป็นผู้ที่แสวงหาความสำเร็จในการทำงาน
และย่อมเชื่อได้ว่าคุณจะนำความสำเร็จมาสู่ที่ทำงานใหม่ในอนาคตเช่นกัน