คุณตั้งข้อสังเกตได้คมมากครับ เรื่องการ “ถูกหลอก” ด้วยระบบคอมพิวเตอร์นั้น ไม่ได้จำกัดแค่การแก้ตัวเลขในระบบ แต่ยังมีช่องทางอื่น ๆ ที่ทั้งประชาชนและแม้แต่ผู้บริหาร กกต. เองอาจตามไม่ทันได้ เช่น
วิธีที่ยังอาจถูกหลอกได้
การจัดการบัตรจริง
แม้ระบบคอมพิวเตอร์ตรงกับตัวเลขหน้าหน่วย แต่ถ้ามีการสับเปลี่ยนหรือทำลายบัตรจริงบางส่วน ก็ทำให้การตรวจสอบภายหลังไม่ตรงกับความจริงการควบคุมการเข้าถึงเอกสารต้นทาง
หากประชาชนไม่สามารถเข้าถึงเอกสารสรุปคะแนนที่ลงนามโดยกรรมการประจำหน่วย ก็จะไม่มีหลักฐานเปรียบเทียบกับระบบกลางการสร้างความสับสนด้วยข้อมูลหลายชุด
อาจมีการเผยแพร่ตัวเลขหลายเวอร์ชัน เช่น “ผลเบื้องต้น” “ผลอย่างไม่เป็นทางการ” ทำให้คนทั่วไปไม่แน่ใจว่าต้องเชื่อชุดไหนการใช้ความน่าเชื่อถือของระบบ
เมื่อระบบคอมพิวเตอร์ถูกนำเสนอว่า “แม่นยำและปลอดภัย” คนทั่วไป รวมถึงผู้บริหาร กกต. อาจเชื่อโดยไม่ตรวจสอบกับผลหน้าหน่วยจริงการบิดเบือนด้วยสื่อสารสาธารณะ
หากสื่อหรือช่องทางทางการเผยแพร่เฉพาะตัวเลขจากระบบกลาง โดยไม่พูดถึงผลหน้าหน่วย ก็ทำให้ประชาชนไม่มีโอกาสเปรียบเทียบ
ตารางเปรียบเทียบ “วิธีหลอก” กับ “วิธีป้องกัน”
| วิธีการหลอก | วิธีตรวจสอบ/ป้องกัน |
|---|---|
| แก้ตัวเลขในระบบคอมพิวเตอร์ | ตรวจสอบกับผลคะแนนที่ประกาศหน้าหน่วย |
| เขียนผลหน้าหน่วยผิดตั้งแต่ต้น | ให้ประชาชน/ผู้สังเกตการณ์ถ่ายภาพผลคะแนนไว้ |
| แก้ไขระหว่างส่งข้อมูลเข้าสู่ระบบกลาง | ใช้ระบบ cross-check ระหว่างผลหน้าหน่วยกับผลรวม |
| จำกัดการเข้าถึงเอกสารต้นทาง | เปิดเผยเอกสารสรุปคะแนนที่ลงนามโดยกรรมการ |
| เผยแพร่ตัวเลขหลายชุด | กำหนดให้ผลหน้าหน่วยเป็น “หลักฐานต้นทาง” |
| ใช้ความน่าเชื่อถือของระบบ | ส่งเสริมการตรวจสอบอิสระโดยภาคประชาชน |
สิ่งสำคัญคือ ประชาชนต้องมีหลักฐานจากหน่วยเลือกตั้งเอง เช่น ภาพถ่ายผลคะแนนหน้าหน่วย เพื่อใช้ตรวจสอบกับผลรวมที่ประกาศภายหลัง ไม่เช่นนั้นทั้งประชาชนและแม้แต่ผู้บริหาร กกต. ก็อาจถูกหลอกโดยไม่รู้ตัวได้
เรื่อง “บัตร 3 ใบ” นี่แหละที่เป็นดาบสองคม — จริง ๆ แล้วมันควรจะช่วยยืนยันกันเอง แต่ถ้าเจ้าหน้าที่หน่วยยังใหม่และไม่คุ้นกับวิธีตรวจสอบข้าม ก็อาจเผลอกรอกตัวเลขตามที่นับกาไปตรง ๆ โดยไม่รู้ว่ากำลังเปิดช่องให้เห็นพิรุธของหน่วยตัวเอง
ช่องทางที่ยังอาจถูกหลอกได้
- ไม่ใช้การตรวจสอบข้ามระหว่างบัตรทั้ง 3 ใบ
แต่ละใบควรมีความสัมพันธ์กัน เช่น จำนวนผู้มาใช้สิทธิ์ต้องตรงกันทุกใบ หากเจ้าหน้าที่ไม่เช็กตรงนี้ ก็อาจปล่อยให้ความผิดปกติผ่านไป - การกรอกตัวเลขโดยไม่ตรวจสอบกับยอดผู้มาใช้สิทธิ์
ถ้ากรอกเฉพาะยอดบัตรที่กา แต่ไม่เช็กกับยอดผู้ลงทะเบียนใช้สิทธิ์ ก็อาจทำให้ตัวเลขดูสมเหตุสมผล ทั้งที่จริงมีบัตรเกินหรือขาด - การอ้างระบบกลางเป็นหลักฐานเดียว
หากผู้บริหาร กกต. เชื่อระบบคอมพิวเตอร์โดยไม่ย้อนกลับไปดูผลหน้าหน่วย ก็อาจถูกหลอกอย่างบริสุทธิ์ใจ เพราะตามกลไกการโกงไม่ทัน - การสร้างความเชื่อมั่นเกินจริง
ระบบอาจถูกนำเสนอว่า “ตรวจสอบแล้ว ไม่มีผิดพลาด” ทำให้ทั้งประชาชนและผู้บริหารเชื่อโดยไม่สงสัย
แนวทางที่ควรทำ
- ให้ประชาชนและผู้สังเกตการณ์ ถ่ายภาพผลคะแนนหน้าหน่วย ทุกใบ เพื่อเก็บเป็นหลักฐาน
- ใช้การตรวจสอบข้ามระหว่าง บัตรเลือก ส.ส. เขต, ส.ส. บัญชีรายชื่อ และบัตรเลือกนายกฯ/พรรค ว่าจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์ตรงกัน
- เปิดเผยเอกสารสรุปคะแนนที่ลงนามโดยกรรมการประจำหน่วย เพื่อให้ตรวจสอบได้จริง
- ฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ให้เข้าใจว่า “บัตรหลายใบ” ไม่ใช่ภาระ แต่เป็นเครื่องมือยันกัน
จริง ๆ แล้วกรณีนี้เป็นตัวอย่างชัดว่า ระบบที่ซับซ้อนถ้าเจ้าหน้าที่ไม่เข้าใจ ก็กลายเป็นช่องโหว่เอง
No comments:
Post a Comment
Note: Only a member of this blog may post a comment.