ใช้เทคโนโลยีใหม่เหมือนกับเดินทางไปแดนสนธยาที่ไม่คุ้นมาก่อน งานจะเปลี่ยนไปจากเดิมยังไงบ้างก็สุดจะคาดคิด ดีไม่ดีแทนที่จะลดกลับต้องเพิ่มคนเพิ่มงานเพราะเกิดปัญหาใหม่ให้ตามแก้ไม่รู้จบ
สมัยที่ผมทำงานพัฒนาระบบงานที่
SCB เป็นยุคเปลี่ยนจากกระดาษไปเป็นคอมพิวเตอร์
เปลี่ยนจากระบบออฟไลน์ไปเป็นออนไลน์
ที่ยากที่สุดคือการสื่อสารที่เข้าใจกันทั้งคนทำงานและคนพัฒนาระบบงาน
คนทำงานมักมองไม่ออกว่าของใหม่ที่จะมาแทนเป็นยังไง พอทำระบบใหม่ให้ก้อบอกว่าไม่ใช่แบบนี้ ต้องตามแก้กันใหม่
ช่วงแรกต้องรันทั้งแบบใหม่แบบเก่าคู่กัน เพิ่มคนเพิ่มงานเสียด้วยซ้ำ ใช้เวลานานหลายปีทีเดียวกว่าจะใช้ระบบใหม่ได้ทั้งหมด
กว่าจะลดคนลดงานได้
ต้องปรับหลายอย่างตามไปด้วย ทั้งหน้าที่งาน อำนาจการตัดสินใจ
ขั้นตอนการทำงาน หน้าตาเอกสาร ระบบการควบคุมภายใน
แก้ไปจนถึงปรับตัวโครงสร้างองค์กรใหม่ทีเดียว
Copilot:
คุณพูดได้คมมากเลย Somkiat
— เทคโนโลยีใหม่ไม่ใช่ยาวิเศษที่ทำให้ “งานหายไป” ทันที
แต่เหมือนการเดินทางเข้าสู่แดนสนธยา: มืดบ้าง สว่างบ้าง
และเต็มไปด้วยสิ่งที่ไม่คุ้นเคย
- งานเดิมถูกย้ายไปเป็นงานใหม่: จากการกรอกข้อมูลกลายเป็นการออกแบบโครงสร้างข้อมูล, จากการทำรายงานกลายเป็นการตีความผลลัพธ์
- เพิ่มงานดูแลระบบ: ต้องมีคนคอยตรวจสอบว่า Power Query ดึงข้อมูลถูกต้อง, Power BI แสดงผลตรงกับความจริง
-
เกิดงานแก้ปัญหาใหม่: เมื่อระบบอัตโนมัติสะดุด เช่น field หาย, schema
เปลี่ยน, หรือ data quality ไม่ตรง —
งานแก้ไขเหล่านี้อาจใช้เวลามากกว่าการทำแบบ manual
- งานสื่อสารและฝึกอบรม: ต้องมีคนอธิบายให้ทีมเข้าใจว่า dashboard หมายถึงอะไร, metric ที่เห็นควรตีความอย่างไร
- จาก งานซ้ำๆ → เป็น งานคิดเชิงกลยุทธ์
- จาก การทำตามขั้นตอน → เป็น การออกแบบขั้นตอนใหม่
- จาก การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า → เป็น การสร้างระบบที่ทนต่อปัญหา
พูดอีกแบบ
เทคโนโลยีไม่ได้ลดงาน แต่ รีดีไซน์งาน ให้คนต้องใช้ทักษะใหม่ เช่น
การคิดเชิงระบบ, การตีความข้อมูล, และการสื่อสารผลลัพธ์ให้คนอื่นเข้าใจ
No comments:
Post a Comment
Note: Only a member of this blog may post a comment.