Excel อาจไม่จำเป็นในอนาคต เพราะ AI สามารถจัดการข้อมูล วิเคราะห์ และตอบโจทย์ผู้ใช้ได้โดยไม่ต้องพึ่งเครื่องมือเดิม — โดยเฉพาะในยุคที่ AI ทำหน้าที่เป็น “ตัวแทน” ที่คิดและลงมือแทนเราได้ทั้งหมด
---
🔍 เหตุผลหลักที่ Excel อาจไม่จำเป็นในอนาคต
1. AI ทำงานแทนได้ครบวงจร
- Satya Nadella มองว่าในยุคของ Agentic AI เราไม่ต้องเปิด Excel เพื่อจัดการข้อมูลอีกต่อไป
- AI สามารถรับคำสั่งจากผู้ใช้ เช่น “วิเคราะห์ยอดขายปีนี้” แล้วจัดการทุกขั้นตอน ตั้งแต่ดึงข้อมูล สร้างกราฟ ไปจนถึงสรุปผล โดยไม่ต้องเปิดไฟล์ Excel เลย
---
2. การวิเคราะห์ข้อมูลเปลี่ยนจากเครื่องมือเป็น “บทสนทนา”
- จากเดิมที่ต้องสร้างสูตรหรือกราฟเอง ตอนนี้ AI สามารถเข้าใจคำถามและสร้างผลลัพธ์ให้ทันที
- ประสบการณ์ใช้งานจะคล้ายกับการคุยกับผู้ช่วยส่วนตัว มากกว่าการใช้โปรแกรมตารางข้อมูล
---
3. เครื่องมือใหม่ที่ไม่ต้องใช้สูตรหรือโค้ด
- มีซอฟต์แวร์วิเคราะห์ข้อมูลแบบ No-code เช่น Power BI, Tableau, หรือ Copilot ที่ทำงานแทน Excel ได้
- ผู้ใช้ทั่วไปไม่จำเป็นต้องเรียนรู้สูตร Excel ก็สามารถวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างมืออาชีพ
---
4. Excel กลายเป็น “เบื้องหลัง” มากกว่าเครื่องมือหลัก
- แม้ Excel ยังถูกใช้งานอยู่ แต่จะถูกซ่อนอยู่ในระบบอัตโนมัติ เช่น Power Automate หรือ Python script
- ผู้ใช้ไม่ต้องเปิด Excel แต่ผลลัพธ์ยังคงถูกสร้างจากโครงสร้างของ Excel ที่ทำงานเบื้องหลัง
---
5. การทำงานแบบใหม่ไม่ต้องใช้ไฟล์เลย
- ในยุค Cloud และ API ข้อมูลถูกเรียกใช้โดยตรงจากระบบ ไม่ต้องเปิดไฟล์ Excel
- การทำงานข้ามแพลตฟอร์ม เช่น Chatbot, Dashboard, หรือ Workflow automation ทำให้ Excel ไม่ใช่จุดเริ่มต้นอีกต่อไป
---
Copilot:
Sources:
Droidsans – Satya Nadella กับอนาคตที่ Excel อาจไม่จำเป็น
FusionSol – Excel ยังจำเป็นหรือไม่ในยุค AI
Microsoft กำลังผลักดัน “Copilot+ PCs” ซึ่งเป็นคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อรองรับ Copilot และงานด้าน AI โดยใช้ชิป Neural Processing Unit (NPU) ที่ทรงพลังมากกว่าพีซีทั่วไปหลายเท่า
🔑 สรุปประเด็นสำคัญ
- Copilot+ PCs คือหมวดหมู่ใหม่ของ Windows PC ที่ Microsoft เปิดตัวในปี 2024
- ใช้ Neural Processing Unit (NPU) ที่สามารถทำงานได้กว่า 40 TOPS (trillion operations per second)
- มีประสิทธิภาพด้าน AI สูงกว่า PC รุ่นเดิมถึง 20 เท่า และประหยัดพลังงานกว่า 100 เท่า
- Microsoft ไม่ได้สร้างเครื่องใหม่ทั้งหมดเอง แต่ร่วมมือกับผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ (เช่น Surface, และพันธมิตร OEM) เพื่อออกแบบเครื่องที่รองรับ Copilot โดยตรง
🖥️ Copilot+ PCs คืออะไร
- หมวดหมู่ใหม่ของ Windows PC ที่ Microsoft ประกาศในงาน Build 2024
- มีการฝัง Copilot Runtime และฟีเจอร์ AI ไว้ในทุกชั้นของระบบปฏิบัติการ Windows
- รองรับงานเช่น การแปลภาษาแบบเรียลไทม์, การสร้างภาพ, การช่วยเขียนเอกสาร, และการวิเคราะห์ข้อมูล โดยไม่ต้องพึ่ง Cloud ตลอดเวลา
⚙️ เทคโนโลยีหลัก
- NPU (Neural Processing Unit):
- ทำงานด้าน AI โดยตรง เช่น การประมวลผลภาพ, การจดจำเสียง, การสร้างข้อความ
- เร็วและประหยัดพลังงานกว่าการใช้ CPU หรือ GPU
- Windows Copilot Runtime:
- เป็นเลเยอร์ใหม่ใน Windows 11 ที่ทำให้แอปต่าง ๆ เรียกใช้ AI ได้ง่ายขึ้น
- เปิดโอกาสให้นักพัฒนาสร้างแอปที่ใช้ Copilot ได้ทันที
📊 เปรียบเทียบ Copilot+ PCs กับ PC ทั่วไป
| คุณสมบัติ | Copilot+ PCs | PC ทั่วไป |
|---|---|---|
| ประสิทธิภาพ AI | สูงกว่า 20 เท่า | จำกัดด้วย CPU/GPU |
| ประสิทธิภาพพลังงาน | ประหยัดกว่า 100 เท่า | ใช้พลังงานมากกว่า |
| ชิปหลัก | มี NPU (40+ TOPS) | ไม่มี NPU |
| ฟีเจอร์ Windows | มี Copilot Runtime ฝังในระบบ | ไม่มี |
| การใช้งาน | AI แบบเรียลไทม์, สร้างภาพ, แปลภาษา | งานทั่วไป เช่น Office, Browser |
📌 สรุป
Microsoft ไม่ได้สร้าง “คอมพิวเตอร์ใหม่” แบบปิด แต่กำลัง สร้างมาตรฐานใหม่ของพีซี (Copilot+ PCs) ที่ทั้ง Surface และผู้ผลิตรายอื่นจะต้องทำตาม เพื่อให้รองรับ Copilot ได้เต็มที่ เหมือนกับการเปิดยุคใหม่ของ “AI PC” ที่จะกลายเป็นมาตรฐานในตลาด

No comments:
Post a Comment
Note: Only a member of this blog may post a comment.