คำถามนี้วัดว่า ถ้าเคยใช้ Pivot มาก่อน ต้องทราบว่า Pivot ใช้หลักการคำนวณยังไง
Pivot จะหาคำตอบจากข้อมูลต้นทางเป็นหลัก กรอกมายังไง ก็หาค่ามาตามนั้น
ถ้าไม่ใส่เลข 0 ก็จะไม่นับเดือนที่เป็นช่องว่าง จะให้คำตอบเหมือนกับสูตร Average
ก่อนที่จะปล่อยให้สูตร Vlookup / Xlookup ทำงานพลาดทันทีที่มีรายการซ้ำ ควรหาทางทำให้ Excel เตือนขึ้นมาล่วงหน้าว่ามีรายการบันทึกซ้ำไว้หรือไม่
เริ่มจากใช้สูตร CountA นับจำนวนรหัสจากรายการทั้งหมด ซึ่งตามตัวอย่างนี้นับได้ 5 รายการ
จากนั้นใช้สูตรนับจำนวนรายการรหัสที่เป็น Unique ไม่นับรายการซ้ำ โดยใช้สูตรใน Excel 365 =Counta(Unique(IdRange)) หรือ =SumProduct(1/CountIF(IdRange,IdRange)) ซึ่งใช้ได้กับทุก Version
นับจำนวนรหัส Unique =3
ดังนั้นจำนวนรายการซ้ำ =5-3 =2 รายการ
+++++++++++++++++++++++++
พอเจอว่ามีรายการซ้ำแล้ว อย่ารีบไปใช้คำสั่ง Remove Duplicates ล่ะครับ เพราะรายการที่ซ้ำ 2 รายการที่นับมาให้นี้ ดูให้ดีจะพบว่าที่ซ้านั้นมากจากรหัสที่กรอกไว้ แต่มีข้อมูลของ Name กับ Amount ต่างกัน
ถ้าอยากจะทำให้ดีกว่านี้ ถูกต้องกว่า และมั่นใจกว่าว่ามีรายการซ้ำหรือไม่ แทนที่จะนับโดยใช้รหัส ควรเปลี่ยนไปใช้รายการข้อมูลของ Name มาใช้นับด้วยอีกแรงหนึ่งแล้วจะพบว่าไม่มีรายการซ้ำแม้แต่น้อย
นอกจากนี้ Conditional Format จะช่วยแสดงรายการซ้ำให้เห็นว่าอยู่ตรงไหน โดยใช้สูตรนี้เพื่อค้นหา =COUNTIF($B$3:$B3,$B3)>1
Download ตัวอย่างนี้ได้จาก
https://drive.google.com/file/d/1Op3xCE07Q1DBKjxxrbnfGn4o_lVDIsE4/view?usp=sharing
ExcelExpertLibrary.blogspot.com
สูตร XLookup กับ VLookup มีข้อจำกัดที่เหมือนกันอย่างหนึ่งก็คือ สูตรเหล่านี้เหมาะกับการค้นหาค่าที่มั่นใจว่ามีเพียงรายการเดียวเท่านั้น หากมีค่าซ้ำก็จะค้นหาเจอเฉพาะรายการแรกจากด้านบนเท่านั้น
หากไม่มั่นใจว่าในตารางฐานข้อมูลมีรายการบันทึกไว้อย่างไร ไม่รู้ว่ามีเพียงรายการเดียวหรือมีรายการซ้ำหรือไม่ การใช้สูตรที่หาคำตอบมาให้ไม่ครบจึงไม่เหมาะอย่างยิ่ง
หากใช้ Excel 365 / 2021 เป็นต้นมา แนะนำให้ใช้ Filter ไปเลยจะปลอดภัยและสมเหตุผลกว่า
👉 เซลล์ G3 สร้างสูตร =FILTER( C3:D7, B3:B7=F3)
C3:D7 เป็นส่วนของตารางคำตอบที่อยากทราบว่ามี Name กับ Amount อะไรบ้าง
B3:B7=F3 เป็นเงื่อนไขให้เทียบหารหัสจาก B3:B7 ว่าตรงไหนบ้างที่ตรงกับรหัสในเซลล์ F3
สูตรนี้ทำงานแบบ Dynamic Array ด้วย กล่าวคือ เมื่อสร้างสูตรนี้ลงไปในเซลล์ G3 สูตรจะกระจายตัวหาคำตอบให้เอง โดยไม่จำเป็นต้องลอกไปวางที่อื่นอีกแม้แต่น้อย
เชิญ Download ตัวอย่างนี้ได้จาก
https://drive.google.com/file/d/1JPnNHJYcMXmD9GdNNGufM7W0bfxMVO6j/view?usp=sharing
😎 ตัวอย่างนี้มีหลายอย่างทำไว้ที่น่าสนใจอย่างยิ่ง ขอให้ทดลองกรอกรายการในตารางด้านซ้ายเพิ่ม ซึ่งได้ปรับตารางนี้ให้ทำงานแบบ Table ไว้ด้วยแล้วจะพบว่า
1. ในช่อง F3 ที่ใช้ Data Validation แบบ list ไว้ จะมีรหัสเพิ่มตามให้เองและจะจัดการตัดรหัสที่ซ้ำทิ้งไปให้ด้วย อีกทั้งเมื่อลอกเซลล์ F3 ไปวางที่ชีทอื่นก็ยังคงทำงานได้ตามเดิม
2. ในตารางด้านซ้ายจะมีสีเหลืองพาดรายการที่มีรหัสตรงกับที่ต้องการหาตามให้ทันที ซึ่งได้มาจากการใช้คำสั่ง Conditional Formatting
ขอเรียนถามว่าอยากจะเรียนแบบไหนครับ เพื่อให้คุ้มค่าได้ประโยชน์มากที่สุด
1. เรียนครึ่งวัน เรียนแบบเฉพาะกิจ เช่น เพื่อเข้างาน หรือแก้ปัญหาที่ติดใจสงสัย เป็นต้น
2. เรียนวันเดียว ก็ยังเป็นแบบเฉพาะกิจอยู่อีกแต่มีหลายเรื่องมากขึ้น มีเวลาให้ถามได้ลองทำมากขึ้น
3. เรียน 2 วัน โดยมีเนื้อหาให้เรียนกันเต็มที่ แต่โอกาสถามน้อย
4. เรียน 2 วัน ลดเนื้อหาให้น้อยลง จะได้มีโอกาสได้ถามกันมากขึ้น
5. เรียน 3 วัน เฉพาะบางหลักสูตรที่ใช้สูตรยากหน่อยหรือต้องใช้ VBA
ปีนี้ผมตั้งหลักใหม่ว่า มาคนเดียวก็มาสมัครเข้าเรียนได้ อยากกำหนดเนื้อหาอะไร เรียนนานแค่ไหนก็ได้กำหนดมาได้ตามสบาย โดยมีค่าเรียนวันละ 4,250 บาทเท่ากันทุกคลาส โดยผมจะประกาศหาคนอื่นมาเข้าเรียนด้วยเต็มที่คลาสละ 6 คน ถ้าผมหาผู้เรียนเพิ่มไม่ได้ก็เรียนคนเดียวตามที่ขอมา
ถ้าพื้นฐานมีไม่มาก สามารถเลือกระยะเวลาเรียนให้นานขึ้นโดยลดเนื้อหาลงบ้าง จะได้มีเวลาทดลองและถามให้หมดข้อสงสัย
ส่วนคนที่เก่งอยู่แล้ว สามารถกำหนดเนื้อหาหลายหลักสูตรที่อยากเรียนได้เลย อาจใช้เวลาเรียนนานหน่อย 2-3 วันหรือนานกว่านั้น จะได้เรียนแบบต่อยอดให้ครบเครื่องไปเลย
ชอบแบบไหนครับ ขอทราบความเห็น ผมจะได้เตรียมระบบการสมัครบนเว็บ ExcelExpertTraining.com/private ให้เหมาะ ช่วงนี้ยังไม่เปิดจองวันอบรม ขอเวลาจัดระบบถึงมีนาคม กะว่าผมจะเริ่มรับสอนตั้งแต่เมษาเป็นต้นไปครับ
ปีนี้ผมตั้งใจไว้ว่าจะไม่ห่วงเรื่องจำนวนผู้เข้าเรียน มาคนเดียวก็มาเรียนได้ครับ ขอให้ได้เรียนอย่างมีคุณภาพสูงสุดเป็นเป้าหมายหลัก
🧐 เริ่มแบบง่ายๆ จะสร้างกราฟได้ง่ายนิดเดียว
คิดๆอยู่ว่าที่เราอยากหันไปใช้ Power BI เพื่อสร้าง Dashboards หน้าตาสวยๆหรืออยากใช้ Pivot Chart กันนั้น มีสาเหตุมาจากที่เราสร้างกราฟไม่เป็นหรือเปล่า หรือเคยพยายามสร้างกันแล้วพบว่าสร้างยากกันเหลือเกิน
อย่าไปเอาตารางที่ไม่ได้จัดโครงสร้างไว้พร้อมไปสร้างกราฟนะครับ เริ่มต้นต้องสร้างตารางฐานข้อมูลสำหรับนำไปสร้างกราฟก่อน ซึ่งใช้หลักเดียวกับการออกแบบตารางฐานข้อมูลที่นำไปใช้กับสูตร VLookup นั่นแหละ
เชิญชมคลิปได้จากหลักสูตรเคล็ดการสร้างกราฟให้เห็นปุ้บเข้าใจปั้บ ซึ่งเปิดให้เรียนออนไลน์ ฟรี 1 ปี สมัครเรียนได้ที่เว็บ XLSiam.com
😎 นักบัญชีหรือคนที่ทำรายงานที่มียอดรวมแยกเป็นรายการย่อยแล้วย่อยอีก แทนที่จะใช้คำสั่งซ่อน Row/Column ซึ่งจะซ่อนได้แค่ชั้นเดียว แนะนำให้ใช้คำสั่ง Data > Group จัดการซ่อนดีกว่าครับ ซ่อนได้ถึง 7 ชั้น
ให้เลือกแนว Row หรือ Column ช่วงที่อยากซ่อนแล้วใช้คำสั่ง Group จะเกิดเส้นด้านนอกตารางที่เรียกว่า Outline ตามภาพนี้แสดงไว้ในอยู่ในกรอบสีเขียว ถ้าอยากถอนออกให้ใช้คำสั่ง Ungroup
☝️ Outline นี้ใช้จัดการแสดงรายละเอียดในหน้าจอในชีทเดียวให้เหลือเท่าที่หัวหน้าแต่ละคนอยากจะดู จะได้ไม่ต้องทำชีทข้อมูลแบบเดียวกันเยอะแยะไปหมดแล้วซ่อนตรงนั้นแสดงตรงนี้ตามหัวหน้าแต่ละคน
Outline นี้ถ้านำไปใช้ร่วมกับสูตร SubTotal จะช่วยทำให้ตัวเลขยอดรวมเปลี่ยนตามการซ่อนที่ทำไว้ด้วย
ตัวเลขยอดรวมจะเปลี่ยนตามการแสดงบนจอโดยเราไม่ต้องแก้สูตรแม้แต่น้อย
ส่วนที่น่าเกลียดของการใช้ Outline ก็คือ เส้น Outline จะกินพื้นที่บนหน้าจอไปเยอะมากทีเดียว ดูแล้วเกะกะสายตาเลยไม่ค่อยนิยมใช้กัน น่าเสียดายของดีๆอย่างนี้มากครับ
แนะนำให้ซ่อนเส้น Outline โดยเพิ่มปุ่ม Show Outline Symbols ในกรอบสีม่วงไว้บนเมนู Quick Access Toolbar ตรงมุมซ้ายบนสุดของจอ โดยไปหาปุ่มนี้มาเพิ่มได้จาก Excel Options ตามภาพครับ
พอกดปุ่มนี้ Outline ในกรอบสีเขียวจะซ่อนหายไปทั้งหมด กดอีกทีจะแสดงกลับมา
ชมคลิปได้จาก
https://www.excelexperttraining.com/book/index.php/a-to-z/f-g-h-i-j/f-f-f-f-f/filter-custom-view-subtotal
เป็นส่วหนึ่งจากหลักสูตร Excel Expert Data Management ที่เปิดให้เรียนออนไลน์ ฟรี ที่เว็บ XLSiam.com
🤓 ในตารางฐานข้อมูล เซลล์ที่เป็นช่องว่าง ควรปล่อยให้ว่าง
หรือจะใส่เลข 0 ลงไปดี
แนะนำให้พิจารณาทำตามความเป็นจริงครับ
ถ้าไม่เคยมีค่ามาก่อน ให้ปล่อยว่างไว้
ถ้าเคยมีแต่หมดไปแล้ว ให้ใส่เลข 0
ถ้าปล่อยว่างไว้ แค่ใช้สูตร Min ก็จะหาตัวเลข 10 ซึ่งเป็นตัวเลขที่ต่ำสุดซึ่งไม่ใช่เลข 0 มาให้ แต่ถ้าใส่เลข 0 ลงไป สูตร Min จะให้คำตอบเป็น 0
ถ้าจะหาตัวเลขที่ต่ำที่สุดซึ่งมากกว่า 0 ต้องใช้สูตร MinIF Array หรือ MinIFS ตามภาพ
พอคลิกลงไปในเซลล์สูตร ตำแหน่งอ้างอิงในสูตรจะเปลี่ยนสี พร้อมกันนั้นเซลล์ในตารางตรงที่สูตรอ้างอิงไว้ก็จะมีกรอบใส่สีตาม
1. ใช้เมาส์ชี้ไปที่เซลล์ที่มีกรอบสีแล้วย้ายไปที่เซลล์อื่นได้เลย
2. ใช้เมาส์เลือกตำแหน่งอ้างอิงในตัวสูตรไว้ก่อนแล้วคลิกเลือกเซลล์ใหม่ที่ต้องการ จะพบว่าตำแหน่งอ้างอิงในสูตรย้ายตาม
แต่ 2 วิธีนี้จะมีผลกระทบกับ $ ที่ใส่ไว้ยังไงบ้าง ลองติดตามดูในคลิปนี้
นอกจากการเปลี่ยนสีในตัวสูตรเพื่อบอกตำแหน่งเซลล์ว่าอยู่ตรงไหนแล้ว หากต้องการไปยังตำแหน่งเซลล์ที่ลิงก์มา ให้ใช้วิธีดับเบิลคริกที่เซลล์สูตร Excel จะกระโดดไปที่เซลล์ต้นทางนั้นให้ ถ้าต้นทางลิงก์มาจากแฟ้มที่ยังไม่ได้เปิด ก็จะเปิดแฟ้มนั้นให้อัตโนมัติ พร้อมกับไปที่เซลล์ต้นทางให้เลย (แต่ต้องแก้ระบบใน Excel Options > Advanced > ตัดการช่อง Allow editing directly in cells ทิ้งก่อน)
พอกระโดดไปแล้วอยากจะย้อนกลับไปที่เซลล์สูตรปลายทาง ให้กดปุ่ม F5 (ให้จำว่า F5 ห้า เอาไว้ หา)
คลิปนี้มาจากหลักสูตรสุดยอดเคล็ดลับและลัดของ Excel ครับ สมัครเรียนออนไลน์ฟรีได้ที่เว็บ XLSiam.com
สมเกียรติ ฟุ้งเกียรติ
นอกจากผลงานที่ได้รับเหล่านี้ยังมีความสำเร็จส่วนตัวที่ทำให้กับสังคม จากการสร้างเว็บ ExcelExpertTraining.com ให้ความรู้ แจกแฟ้มตัวอย่าง และมีฟอรัมถามตอบปัญหา Excel มาตั้งแต่ปีพ.ศ.2545 ซึ่งเป็นฝีมือการสร้างเว็บเองและดูแลเองคนเดียว ซึ่งน่ายินดีเป็นอย่างยิ่งที่มีผู้เชี่ยวชาญ Excel อีกหลายท่านมาช่วยตอบปัญหาในฟอรัม และยังช่วยให้ความรู้ฟรีเรื่อยมาใน facebook กลุ่มคนรัก Excel ปัจจุบันถึงต้นปีพ.ศ. 2568 นี้มีสมาชิกกว่า 63,000 คน
ในช่วงโควิดได้ปรับปรุงเว็บ ExcelExpertTraining.com ให้สามารถเข้าเรียนออนไลน์ในราคาที่ถูกมาก ไม่กี่ร้อยบาท มีผู้สนใจสมัครเรียนออนไลน์นับหมื่นคน ต่อมาในปีพ.ศ. 2567 ได้เปิดให้เรียนออนไลน์ ฟรี ทุกหลักสูตรที่เว็บ XLSiam.com ซึ่งมีระบบค้นหาคลิปที่อยากชมได้ด้วย ทำให้สามารถเลือกเรียนเรื่องอะไรก็ได้ที่ต้องการได้ทุกที่ทุกเวลาที่สะดวก
หลังจากเลิกเป็นวิทยากรให้กับสมาคมแล้ว ได้หันมาจัดอบรม Excel แบบส่วนตัวกลุ่มเล็กๆ 1-6 คนที่ห้องอบรม Home of Excel Expert Training ในบ้านรามคำแหงซอย 35 เพื่อมุ่งให้ได้รับประโยชน์จากการเรียนสูงสุด
ชมการสอนให้กับ SCG
https://www.excelexperttraining.com/online/courses/99-excel-sandbox/
ชมคลิปออกทีวี
https://vimeo.com/571470855?share=copy#t=0
ผมแนะนำให้ไม่เลื่อนไปทางไหนโดยยังคงอยู่ที่เซลล์เดิม โดยไปตัดกาช่อง After pressing Enter ใน Excel Options ตามภาพนี้ทิ้งไป ซึ่งการที่ยังคงอยู่ในเซลล์เดิมนี้เหมาะในการสร้างสูตรมากกว่าให้เลื่อนไปที่อื่น จะได้ไม่ต้องเสียเวลาไปเลื่อนกลับมาที่เซลล์เดิมหากต้องการแก้ไขเปลี่ยนแปลงสูตรอีก
Download ตัวอย่างไปลองทำกันดูครับ
https://drive.google.com/file/d/1d32uqyiuBo4iklg22hBYYiDl2K0GCD5y/view?usp=sharing
ในเซลล์สีส้ม จงหายอดรวมของเซลล์สีเหลืองกับเซลล์สีเขียว
สูตรบน จับเซลล์สีเหลืองมาบวกกันก่อนแล้วตามด้วยเซลล์สีเขียวบวกกัน
F4 =SUM(B4:E4)+SUM(G4:J4)
สูตรล่าง จับเซลล์สีเขียวมาบวกกันก่อนแล้วตามด้วยเซลล์สีเหลืองบวกกัน
F7 =SUM(G7:J7)+SUM(B7:E7)
คนส่วนใหญ่จะพบว่าสูตรแบบล่างสร้างได้ง่ายเสร็จไม่ยาก ส่วนสูตรแบบบนที่จับเซลล์สีเหลืองมาบวกกันก่อนแล้วตามด้วยเซลล์สีเขียวบวกกันนั้น สร้างสูตรได้ยากเหลือเกิน เพราะพอสร้างสูตร =SUM(B4:E4) ยาวถึงแค่นี้ลงไป สูตรก็จะยาวเกินขอบเซลล์สีส้มเลยไปทับเซลล์สีเขียวแล้ว ทำให้มองไม่เห็นเซลล์เลข 5 ทำให้ไม่มีทางใช้เมาส์คลิกเลือกเซลล์เลข 5 หากจะสร้างสูตรต่อไปก็ต้องเสียเวลาไปพิมพ์ตำแหน่งเซลล์เอง
สาเหตุที่ Excel ยืดเซลล์ออกไปด้านขวามือออกไปทับเซลล์ที่ติดกันนั้น เพราะระบบที่ตั้งไว้ของ Excel กำหนดให้แก้ไขได้ในเซลล์โดยตรง (Allow editing directly in cells) หากจะทำให้สร้างสูตรได้ง่ายขึ้นก็ต้องไปตากาช่องนี้ทิ้งใน Excel Options > Advanced
หลังจากตัดกาช่องนี้ทิ้งแล้ว การสร้างสูตรหรือแก้ไขสูตรจะทำได้ง่ายขึ้นมากโดยหันไปใช้ช่อง Formula Bar แทน สูตรที่สร้างลงไปในเซลล์ไม่ยืดไปทับเซลล์ด้านข้างที่ติดกันอีกต่อไป
หากคิดจะสร้างสูตรได้ง่ายขึ้น แนะนำให้ตัดกาช่องนี้ทิ้งไปเลย แล้วคุณจะรัก Excel มากขึ้น