28 February 2025

1.ขนาดแฟ้ม 2.ความเร็วในการคำนวณ 3.ใช้งานง่าย สำหรับคุณแล้วข้อไหนสำคัญมากที่สุด หรือ...

สำหรับผมเรียงตามความสำคัญมากไปน้อย 3 2 1

ไม่อยากให้สนใจว่าจะสูตรไหนหรือเครื่องมืออะไรที่คำนวณช้าหรือเร็วกว่ากัน จะกระทบกับขนาดแฟ้มทำให้ใหญ่กว่ากันมากน้อยแค่ไหน ที่ต้องคิดถึงก่อนเพื่อนคือ ต้องใช้งานง่าย สร้างง่าย ตรวจสอบง่าย สามารถนำไปใช้ร่วมกันได้ง่าย

ที่น่าจะสำคัญกว่าความเร็วที่เครื่องหรือ Excel ใช้ในการคำนวณ คือ ความเร็วของคนที่สร้างงานว่าใช้เวลานานมากไหมกว่าจะสร้างงานเสร็จ สร้างงานแบบยากหรือง่าย เสี่ยงต่อการผิดพลาดมากไหม พอเวลาผ่านไปแล้วย้อนกลับมาเปิดแฟ้มของตัวเองแล้วสามารถแกะที่ไปที่มาได้ง่ายไหม

โดยเฉพาะโน้ตบุ้คที่หน้าจอมีขนาดเล็ก ต้องหาทางทำให้ใช้เมาส์หรือนิ้วเพื่อสั่งงานบนจอแบบสัมผัสได้ง่าย

ถ้าอยากให้คำนวณเร็วขึ้น วิธีที่ง่ายที่สุด คือ ให้เปลียนไปใช้เครื่องใหม่ที่มี core เยอะๆ เพราะจะช่วยให้ Excel คำนวณแบบคู่ขนานกัน หรือใช้ SDD Solid State Drive ทะเปิดปิดแฟ้มได้เร็วมาก

ส่วนขนาดแฟ้ม ไม่น่าห่วงเพราะเดี๋ยวนี้ Hard disk หรือ Flash Drive มีพื้นที่ใหญ่มาก

พอเจอว่าเปิดแฟ้มช้ามากนั่นเกิดจากการกำหนดให้คำนวณแบบ Automatic Calculation ไว้ครับ Excel จะเสียเวลาคำนวณทุกเซลล์ใหม่ทุกครั้งที่เปิดแฟ้มหรือมีการกรอกค่าใหม่ลงไป แฟ้มขนาดเล็กแต่มีสูตรเยอะมากมีปัญหาแบบเดียวกัน
 
ให้แก้โดยเปลี่ยนระบบการคำนวณของแฟ้มนั้นไปเป็น Manual Calculation จะช่วยให้ Excel เปิดแฟ้มขึ้นมาหรือเมื่อกรอกค่าใหม่จะยังไม่คำนวณ จนกว่าจะกดปุ่ม F9
 
ผมเขียนแนะนำวิธีลดความอ้วนอุ้ยอ้ายของแฟ้มไว้ที่ https://www.excelexperttraining.com/book/index.php/course-manuals/excel-expert-managing-data/file-size-and-speed-management
 

จะรู้ได้ยังไงว่าแฟ้มนี้ใช้ทำอะไร โดยไม่ต้องเสียเวลามาไล่เปิดทีละแฟ้ม

หาแฟ้ม(File)ไม่เจอเป็นหนึ่งในเรื่องที่เสียเวลาอย่างมาก พอใช้ไปใช้มาแฟ้มก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ถ้าไม่ได้ตั้งชื่อแฟ้มให้สื่อถึงเนื้อหาข้างในหรือแฟ้มมีชื่อคล้ายๆกันเต็มไปหมด ก็ต้องไล่เปิดดูทีละแฟ้ม

แทนที่จะต้องไล่เปิดแฟ้มไปเรื่อยๆ จากภาพนี้ในรูปด้านซ้าย ก่อนจะ Save ใน Excel ให้ใช้เมนู File > Info แล้วคลิกที่คำว่า Properties จะพบจอเล็กๆให้กรอกข้อมูลเกี่ยวข้องกับแฟ้มลงไป โดยเฉพาะช่อง Comments กรอกคำอธิบายได้ยาวเหยียด


ตอนค้นหาแฟ้มใน Windows File Explorer ตามรูปด้านขวา ให้คลิกที่ปุ่ม Details ตรงมุมขวาบนสุด จากนั้นอยากรู้ว่าแฟ้มไหนเป็นอะไร ให้คลิกที่ชื่อแฟ้ม จะพบข้อมูลจาก Properties มาแสดงให้เห็น

27 February 2025

วิธีกำหนด Trusted Folders

 😍 วิธีกำหนด Trusted Folders เพื่อจัดเก็บแฟ้มที่คุณมั่นใจว่าใช้งานได้อย่างปลอดภัย 100%

เมื่อเปิดแฟ้มที่เก็บไว้ใน Trusted Folders จะไม่ต้องเสียเวลาไป Update Links หรือสั่ง Enable Content อีกต่อไปครับ Excel จะจัดการเปิดให้แล้วพร้อมใช้งานต่อได้ทันที


ควรใช้วิธีนี้ต่อเมื่อคุณเป็นเจ้าของเครื่องและใช้งานคนเดียว อย่าใช้กับเครื่องที่ใช้งานร่วมกันนะครับ คนอื่นจะได้ไม่สับสนว่าทำไม Excel จึงเลิกถามโน่นถามนี่ตอนเปิดแฟ้ม

ตอนที่ไปคลิก Browse หาชื่อโฟลเดอร์ได้แล้ว ถ้าต้องการให้รวมถึง Subfolders ด้วยอย่าลืมไปกาช่องนี้ด้วย

รับแฟ้มของคนอื่นมาใช้หรือริจะใช้แฟ้มที่มี VBA ต้องระมัดระวังอะไรบ้าง

หนึ่งในเป้าหมายของลูกศิษย์ที่มาเรียนแบบตัวต่อตัวกับผม คือ ต้องการทำงานที่ได้รับมอบหมายได้อย่างต่อเนื่อง แต่มักเจอว่าพอได้รับแฟ้มที่คนก่อนเขาทำไว้นำมาใช้ต่อก็ไม่รู้ว่าจะใช้แฟ้มนั้นอย่างไร คนที่สร้างแฟ้มออกไปแล้ว จะถามใครก็ไม่ได้ เพื่อนร่วมงานหรือหัวหน้าคนใหม่ได้แต่ช่วยแบบงูๆปลาๆ ให้คำแนะนำได้บ้างเท่านั้น พอเปิดแฟ้มให้ผมช่วยแกะดูก็ต้องส่ายหัวทั้งลูกศิษย์และผม เพราะในแฟ้มนั้นซับซ้อนมาก

เมื่อได้รับแฟ้มของคนอื่นมาใช้ 

  1. จัดการเก็บแฟ้มต้นฉบับเอาไว้ เพื่อเป็นหลักฐานว่าที่คนเก่าเขาทำไว้นั้นเป็นอย่างไรบ้าง ถ้าเจอว่าผิดจะได้แยกความรับผิดชอบได้ชัดว่าไม่ใช่ฝีมือคุณนะ

  2. พอเปิดแฟ้มขึ้นมาให้สังเกตว่ามีแถบสีเหลืองคาดด้านบนของหน้าจอแสดงคำเตือนว่า SECURITIES WARNING Macros has been Disabled มีปุ่ม Enable Content ซึ่งจะเตือนขึ้นมาเมื่อในแฟ้มนั้นมีรหัส VBA ติดมาด้วย ซึ่งต้องระมัดระวังอย่างยิ่ง ถ้าไว้ใจว่าแฟ้มนั้นสร้างขึ้นมาจากคนที่ไว้ใจได้จึงจะกดปุ่ม Enable และห้ามไปโยกย้ายเซลล์ไปที่อื่น ห้ามเปลี่ยนชื่อชีท หรือแม้แต่เปลี่ยนชื่อแฟ้มให้ต่างไปจากเดิม

  3. ถ้าถูกเตือนให้ Update Links แสดงว่าแฟ้มนั้นเป็นแฟ้มปลายทางที่มีสูตรลิงก์รับข้อมูลมาจากแฟ้มอื่น ให้ไปหารายชื่อแฟ้มต้นทางได้จากเมนู Data > Workbook Links (หรือ Update Links ใน Excel รุ่นเก่าก่อน 365) แล้วไปติดตามหาแฟ้มต้นทางเหล่านั้นให้ครบ ถ้าหาตัวแฟ้มต้นทางไม่ได้เลย เวลาเปิดแฟ้มอย่าไป Update Links ถ้าหาแฟ้มเจอแต่ชื่อแฟ้มต่างไปแล้ว หรือไม่ได้อยู่ในโฟลเดอร์ที่ Excel แสดงไว้ในหน้าจอ Workbook Links ให้แก้ใขลิงก์ให้ตรงโดยสั่ง Change Sources

  4. ให้แยกแยะแต่ละส่วนของตารางว่าส่วนไหนเป็นเซลล์สำหรับกรอกค่า โดยกดปุ่ม F5 > Special > Constants หรือ Formulas เพื่อหาว่าเซลล์ตรงไหนเป็นสูตรบ้าง แล้วจัดการใส่สีพื้นหรือสีฟอนต์แยกแต่ละส่วนให้ต่างกัน


  5. ให้กดปุ่ม F3 > Paste List เพื่อให้ Excel สรุปรายชื่อ Range Name ที่ตั้งไว้ในแฟ้มนั้นว่าตั้งชื่อไว้ให้กับพื้นที่ตารางตรงไหนบ้าง จะได้ระมัดระวังการไปสั่ง Delete/Insert Row หรือ Column ซึ่งจะกระทบกับชื่อที่ตั้งไว้ แต่ถ้าไม่พบว่ามีการตั้งชื่อ Range Name ไว้เลย จะแกะสูตรยากขึ้นหลายเท่าทีเดียวว่าตำแหน่งที่อ้างอิงไว้ในสูตรอยู่ตรงไหนบ้าง

  6. ถ้าแฟ้มนั้นมี VBA ใช้อยู่ ให้กดปุ่ม ALT+F11 เพื่อเปิดดูรหัส VBA ว่ามีการอ้างอิงถึงตำแหน่งเซลล์ในชีทชื่ออะไรบ้าง ถ้าพบว่ามีการอ้างอิงถึงตำแหน่ง reference แบบ A1 ไว้หรืออ้างอิงกับชื่อชีทชื่อแฟ้มไว้ แสดงว่าในแฟ้มนั้นห้ามโยกย้ายเซลล์หรือเปลี่ยนชื่อชีทชื่อแฟ้มโดยเด็ดขาด

    บอกได้อย่างเดียวว่า แฟ้มใดที่มี VBA ใช้งานอยู่ด้วย "ให้ใช้เพื่อกรอกค่าใหม่เพื่อดูผลลัพธ์เท่านั้น" เว้นแต่รหัส VBA ใช้วิธีอ้างอิงกับ Range Name จะสามารถใช้แฟ้มนั้นได้ยืดหยุ่นมากขึ้น สามารถโยกย้ายเซลล์หรือเปลี่ยนชื่อชีทหรือแม้แต่ชื่อแฟ้มได้ตามสบาย

  7. ให้แกะสูตรโดยคลิกลงไปดูโครงสร้างสูตรในช่อง Formula Bar หรือสั่ง Formulas > Show Formulas เพื่อแกะดูส่วนของพื้นที่ตารางที่อ้างอิงไว้ในสูตร Sum, VLookup, XLookup มีการใส่เครื่องหมาย $ ไว้หรือไม่ ถ้าไม่ได้ใส่ $ ไว้ แสดงว่าสูตรนั้นสามารถใช้ได้ที่เซลล์เดิมเท่านั้น ห้าม Copy ไปวางที่อื่น หรือถ้าใส่ $ ไว้ตัวเดียว แสดงว่าเวลา Copy ไปวางที่อื่นต้องวางในแนวเดียวกันกับ $ ที่ใส่ไว้หน้า row/column แต่ถ้าใส่ $ ไว้ 2 ตัวทั้งหน้า row หน้า column จะสามารถ copy สูตรไปวางที่อื่นได้

  8. ตรวจสอบพื้นที่ตารางฐานข้อมูลที่นำไปอ้างอิงในสูตรต่างๆว่า กำหนดขอบเขตไว้แค่ไหน ถ้ากำหนดพื้นที่ไว้แบบตายตัวก็แสดงว่า ห้ามกรอกค่าใหม่เป็นรายการใหม่ต่อท้ายลงไปในตารางฐานข้อมูลเพราะสูตรจะไม่รับรู้ถึงรายการใหม่นั้น เว้นแต่พื้นที่ตารางฐานข้อมูลนั้นได้ถูกเปลี่ยนให้เป็น Table ไว้แล้ว ซึ่งสังเกตได้ง่ายว่าเมื่อคลิกลงไปในตารางตรงไหนก็ได้ จะพบเมนู Table แสดงเพิ่มขึ้นมาให้เห็น หรือสังเกตุว่าพื้นตารางมีสีใส่เป็นลายสลับกันไปเรื่อยๆ (แต่วิธีนี้ไม่แน่นอนนัก)

  9. ทดลองกรอกค่าลงไป หากพบว่าสูตรที่อ้างอิงไว้กับเซลล์ที่กรอกค่า ไม่ได้คำนวณหาค่าใหม่มาให้แต่ยังคงเป็นค่าเดิม แสดงว่าแฟ้มนั้นใช้ระบบการคำนวณแบบ Manual Calculation เอาไว้ หากต้องการสั่งให้คำนวณต้องกดปุ่ม F9 หรือเปลี่ยนระบบให้เป็น Automatic Calculation ได้ที่เมนู Formulas

26 February 2025

วิธีลบล้างความจำที่ Excel จดไว้

ใครมือไวแบบนี้บ้าง

เคยไหมพอเปิดแฟ้มขึ้นมาแล้วเห็นแถบสีเหลืองด้านบน แสดงคำเตือนขึ้นมาว่า SECURITIES WARNING Macros has been Disabled มีปุ่ม Enable Content ตามภาพนี้ 

 

👆 พอเห็นแล้วทำยังไงกันครับ มือไวใจเร็วคลิกปุ่ม Enable Content กันทันทีหรือเปล่า พอคลิกไปแล้วจะพบว่าพอเปิดแฟ้มนั้นคราวต่อไปจะไม่มีแถบเหลืองๆมากวนใจอีกเลย

การกดปุ่ม Enable Content เป็นการยอมให้ VBA หรือ Macro ที่ติดมากับแฟ้มนั้นทำงานทันที ถ้าโชคดีไม่มีอะไรเสียหายก็แล้วไป แต่ถ้าในแฟ้มนั้นมีไวรัสหรือคำสั่งของผู้ร้ายสร้างไว้ติดมาด้วย เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้อยู่อาจถูกลบอะไรทิ้งไปหรือกลายเป็นแหล่งเผยแพร่ไวรัายไวรัสให้ติดแฟ้มอื่นต่อไปก็ได้

☝️ ต้องมั่นใจ 100% ว่า แฟ้มนั้นไว้ใจได้จริงๆเท่านั้น จึงจะกดปุ่ม Enable Content ครับ

ที่แย่มากๆก็คือระบบใน Excel ที่ตั้งไว้ในตอนแรกจะกำหนดให้จดจำไว้ด้วยว่าตอนแรกที่แฟ้มนั้นเปิดขึ้นมา เคย Enable Content หรือเปล่า ถ้าคุณเคย Enable คราวต่อไป Excel ก็จะเลิกถาม ไม่มีแถบสีเหลืองมากวนใจอีก เพราะ Excel รับรู้ว่าแฟ้มนั้นถือว่าเป็น Trusted Documents ไปแล้ว

ผมแนะนำอย่างยิ่งว่า ควรปล่อยให้ Excel ถามทุกครั้งที่เปิดแฟ้มดีกว่าครับ โดยทำตามภาพ

ไปที่ Excel Options > Trust Center > Trust Center Settings จะพบหน้าจอ Trust Center เปิดต่อมาให้คลิกด้านซ้ายที่คำว่า Trusted Documents แล้วไปกดปุ่ม Clear พร้อมกับไปกาช่อง Disable Trusted Documents เพื่อสั่งให้ Excel เลิกจำ 

ที่สำคัญกว่านั้น ต้องฝึกมือตัวเองให้ "คิดก่อนคลิก" 

 

++++++++

บทเรียนหนึ่งนานมาแล้ว

ลูกศิษย์ส่งแฟ้มมาให้ ผมไว้ใจว่าเป็นลูกศิษย์เลยคลิก Enable

เมนู Excel บนหน้าจอของผมถูกจัดใหม่ทันที ย้ายเมนูจากตรงนี้ไปไว้ตรงนั้น เปลี่ยนที่ไปหมด ผมต้องเสียเวลามาจัดเมนูกลับมาเอง

ตั้งแต่นั้นมา ไม่ว่าใครส่งแฟ้มมาให้แล้วเจอแถบสีเหลือง ผมจะไม่คลิก Enable อะไรเด็ดขาด พอเปิดขึ้นมาแล้วจะไปแกะดูรหัส VBA ที่เขาทำไว้ก่อนว่าไว้ใจได้ไหมแล้วจึงจะ Enable

ถ้าเปิดแฟ้มอะไรขึ้นมาบนคอมหรือมือถือ ไม่ว่าจะเป็นแฟ้มนามสกุลใดก็ตาม เปิดแล้วพบว่า บนหน้าจอมีปุ่ม OK แสดงขึ้นมาปุ่มเดียว ไม่มีปุ่ม Cancel ... ให้ปิดเครื่องเลยครับ

โดยเฉพาะจอที่ถามว่าอยากจะติดตั้ง update ระบบใหม่ให้ไหม ผมจะไม่คลิก OK แต่จะปิดหน้าจอนั้นแล้วจะไปสั่งติดตั้ง update ระบบใหม่ด้วยตัวเองดีกว่า

++++++++

ฝ่ายบุคคลรับสมัครพนักงาน ผู้ร้ายส่ง resume มาทางอีเมล พอจนทบุคคลมือไวไปคลิก Enable ตอนเปิดแฟ้ม โปรแกรมที่ทำติดมาด้วยจะสั่งให้แอบติดตามการรับส่งอีเมล แล้วส่งไปให้ผู้ร้ายทราบ
 
ผู้ร้ายอีเมลมาหาทำตัวว่าเป็นลูกค้าแจ้งอีเมลใหม่ บอกว่าให้บริษัทใช้อีเมลนี้แทน ผู้ร้ายอีเมลแจ้งลูกค้าแอบอ้างว่าเป็นบริษัท แจ้งหมายเลขบัญชีของผู้ร้ายให้ลูกค้าโอนเงินมาให้
 
กว่าจะรู้ตัวเห็นว่าเสียเงินกันหลายล้านครับ เรื่องจริง


Auto_Open ชื่อศักดิ์สิทธิ์ ไว้สั่ง Excel ให้ทุกครั้งที่เปิดแฟ้ม จะทำตามที่อยากได้ทันที

 


สมมติว่าทุกครั้งที่เปิดแฟ้ม อยากให้ Excel ไปเลือกเซลล์ที่ต้องการให้ทันที ไม่ว่าคราวก่อนจะไปทำงานค้างไว้ที่ชีทไหนเซลล์ไหนก็ตาม 

ให้ใช้ Macro ช่วยจำให้ว่าอยากไปที่ไหน ในตัวอย่างนี้จะไปที่เซลล์ที่ตั้งชื่อว่า Target ตั้งชื่อไว้ที่ชีทไหนตรงไหนก็ได้ พอตั้งชื่อเสร็จแล้วให้คลิกไปที่ชีทอื่น ไปอยู่ที่อื่นตรงไหนก็ได้

จากนั้นให้บันทึก Macro โดยตั้งชื่อ Macro name: ว่า Auto_Open (ต้องสะกดให้ตรงตามนี้เสมอ)

ขณะที่อยู่ระหว่างบันทึกนั้นให้กดปุ่ม F5 จะพบชื่อที่ตั้งไว้ ให้คลิกที่ชื่อ Target แล้วกดปุ่ม OK จะพบว่า Excel พาไปที่เซลล์นั้นให้ทันที จากนั้นให้สั่ง Stop Recording

แค่นี้แหละครับ ก่อนจะสั่ง Save ให้ย้ายไปคลิกที่ชีทอื่น ตรงไหนก็ได้ เพื่อจะได้เห็นว่าพอเปิดแฟ้มแล้ว Excel จะย้ายไปหาเซลล์ชื่อ Target ให้

Excel จะสร้างรหัส VBA ให้ตามนี้ ซึ่งเกิดขึ้นเองโดยไม่ต้องเขียนแม้แต่น้อย เราไม่ต้องสนใจรหัสเลยก็ได้

Sub Auto_Open()
    Application.Goto Reference:="Target"
End Sub

จากนั้นลองซน ทำทุกวิถีทางทำให้หัวหมุน สั่ง Cut ย้ายเซลล์ที่ตั้งชื่อว่า Target นี้ไปวางที่ชีทอื่น ลองเปลี่ยนชื่อชีท เพิ่มชีท คลิกไปที่อื่นแล้วสั่ง Save

พอเปิดแฟ้มขึ้นมา จะพบแถบสีเหลืองให้ Enable Macro แล้วจะพบว่า Excel กระโดดไปหา Target ให้ทันที

Download แฟ้มได้จาก

https://drive.google.com/file/d/1lLI8MGaDJeBN-m8qEjjgOtyJNGcHbRfy/view?usp=sharing

 

หมายเหตุ

  1. ตัวอย่างนี้ทำแบบง่ายๆให้เรียนรู้เท่านั้น แทนที่จะบันทึกการไปที่เซลล์ไหน อาจบันทึกอะไรก็ได้ที่อยากให้ Excel ทำให้ทุกครั้งที่เปิดแฟ้ม เช่น สั่งให้จัดภาพบนหน้าจอ ตัดหรือแสดง Grid Lines หรือไป Hide/Unhide ชีทหรือ Row/Column ที่อยากแสดง
  2. ในการบันทึก Macro หลีกเลี่ยงการคลิกลงไปในตาราง อย่าไปคลิกชื่อชีท อย่าไปคลิกที่เซลล์ เพราะ Excel จะบันทึกแล้วสร้างรหัส VBA ที่อ้างอิงตามชื่อชีทและตำแหน่งอ้างอิงของเซลล์ ซึ่งกลายเป็นค่าคงที่ทำให้ VBA จะไม่ทำงานตามเดิมอีกเลยเมื่อไปเปลี่ยนชื่อชีทหรือย้ายเซลล์ไปที่อื่น
  3. นอกจาก Auto_Open แล้ว สามารถตั้งชื่อว่า Auto_Close เพื่อสั่งให้ Excel ทำงานทันทีเมือสั่งปิดแฟ้ม
  4. ถ้าบนเครื่องของคุณไม่มีเมนู Developer ตามภาพนี้ ให้ดูวิธีการเปิดเมนูให้ใช้งานได้ที่
    https://excelexpertlibrary.blogspot.com/2025/02/excel-super-excel-2.html
  5. ถ้าตอนที่เปิดแฟ้มไม่เห็นแถบสีเหลืองเพื่อ Enable Macro ให้ตรวจสอบที่ Excel Options ตามภาพนี้ว่ากาช่องที่สองเพื่อให้เตือนทุกครั้งที่เปิดแฟ้มไว้ด้วยหรือเปล่า


 


25 February 2025

คาถาเสกให้ Error บนหน้ากระดาษหายไปในพริบตา

ไม่ต้องไปเสียเวลาสร้างสูตรซ่อน ไม่ต้องใช้ Conditional Format ทำให้ error หายไป ก่อนจะพิมพ์ให้ไปที่ Page Setup > Sheet แล้วไปกาช่องตามภาพนี้ กำหนด Cell errors as : Blank


Error เป็นสิ่งที่ดีแสดงขึ้นมาเมื่อสูตรทำงานไม่ได้ตามต้องการ โดยเตือนว่าหาค่าไม่พบหรือคำนวณหาค่าไม่ได้ หากต้องการเปลี่ยน error ให้เป็นอย่างอื่น สามารถใช้สูตร IFError มาช่วยแบบนี้

=IFError(Cell สูตรหาตัวเลข ที่ error,0) เปลี่ยนให้แสดงค่า 0 แทน error
=IFError(Cell สูตรหาตัวอักษร ที่ error,"") เปลี่ยนให้แสดงเป็นช่องว่างแทน error

ขอให้สังเกตว่าค่าที่นำมาใช้แทน error ที่เดิมต้องหาค่าเป็นตัวเลขนั้น ใช้เลข 0 แต่ไม่ได้ใช้ "" เพราะเลข 0 ยังคงมีสถานะเป็นตัวเลขเหมือนกับค่าเดิม หากต้องการซ่อนเลข 0 ให้ใช้ Custom Format 0.00;-0.00; ซึ่งทำให้สามารถนำเลข 0 ที่มองไม่เห็นไปแล้วนี้ไปใช้บวกลบต่อได้ แต่ถ้าใช้ "" จะไม่สามารถนำไปบวกลบต่อได้เลย 

หรือถ้าอยากจะใช้ Conditional Format แบบ Custom ให้ใช้สูตร =IsError(Cell ที่ error) แล้วกำหนดสี Font กับสีพื้นให้เป็นสีเดียวกัน พอสีกลืนกันก็จะมองไม่เห็น error ทั้งๆที่ยังมีอยู่

ทางที่ดีกว่าการซ่อน error ไม่ว่าจะทำวิธีใดก็ตาม คือ อย่าปล่อยให้เกิด error ขึ้นตั้งแต่แรก เพราะกว่า Excel จะหาค่าไม่พบหรือหาค่าไม่ได้นั้น ต้องเสียเวลาไปค้นหาค่าทั้งหมดทุกรายการ

วิธีป้องกันตั้งแต่ต้น ให้ใช้คำสั่ง Data > Validation แบบ List ช่วยนำข้อมูลที่มีอยู่มาใช้เป็นตัวเลือกให้ดีกว่าจะกรอกค่าเอง 

 

 

24 February 2025

เรียนโหราศาสตร์แบบท่องจำ VS เรียนโหราศาสตร์แบบมีหลักการด้วย Excel

Excuse me !!!

เคยเจอแบบนี้ไหม พอไปดูดวงมาแล้วไม่เห็นแม่นเลย ไม่ตรงอะไรสักอย่าง พอไปใหม่ก็บอกว่า ขอโทษด้วย ต้องดูอีกอย่าง ยังไม่ได้ดูแบบนี้ ต้องใช้หลักการอื่น ที่ให้คำทำนายไปยังไม่ถูกเพราะรีบมากไป ลืมดูตรงนั้น ไม่ได้สังเกตุตรงนี้ ไปๆมาๆอาจหาว่าเพราะเวลาเกิดไม่ชัดเจน ไม่ได้บอกมาว่าเกิดที่ไหน

เรื่องทำนองนี้ต้องยกโทษให้หมอดูครับ เพราะตำราโหราศาสตร์มีหลายเล่ม มีวิธีทำนายเยอะแยะไปหมด ไม่มีใครจำได้ทั้งหมดหรอก

สมัยที่ผมเริ่มต้นสนใจทางนี้ หาซื้อตำรามาอ่านเยอะแยะไปหมด เรียกว่าเหมาตำรามาจากร้านหนังสือทีเดียว ไม่ใช่แค่ตำราภาษาไทยเท่านั้น หลักโหราศาสตร์ของฝรั่งก็สั่งซื้อมาอ่านด้วย ที่น่าแปลกมากก็คือเดี๋ยวนี้ร้านหนังสือไม่ค่อยมีตำราโหราศาสต์มาขายเหมือนเมื่อก่อน คงเพราะตอนนี้อยากได้หนังสืออะไรสั่งซื้อทางออนไลน์ สะดวกกว่า

ในบรรดาหนังสือภาษาไทยเหล่านั้น มีแค่เล่มเดียวที่ผมชอบมากเพราะสอนแบบเป็นขั้นเป็นตอน เน้นเข้าใจ ไม่ใช่จำ ให้หลักการวิเคราะห์ที่แน่นอนชัดเจน ให้คำทำนายอย่างมีเหตุมีผล ซึ่งถ้าเป็นแบบนี้จะสามารถนำ Excel มาช่วยในการวิเคราะห์ได้


ศาสตร์แห่งโหร 1 เขียนโดยอาจารย์หมอน้อย ปริญญา นิ่มประยูร ตอนนี้หาซื้อยากมาก ต้องหาซื้อจากร้านหนังสือเก่า ถ้าหาเล่มนี้ไม่ได้ ขอให้เลือกตำราที่อธิบายเรื่องเกษตรย้ายเรือน เกษตรสลับเรือน  หรือบางท่านใช้คำว่า ดาวปริวรรตเกษตร

ผมได้นำหลักเกษตรย้ายเรือน เกษตรสลับเรือน มาใช้ในการทำนายโดยนำสูตร Match Index เป็นที่มาที่ทำให้ผมถนัดสูตรนี้มากๆ ใช้มาก่อนที่จะได้รู้จักว่ามีสูตร VLookup เสียอีก

 

Download แฟ้มชื่อ KasetSwitch นี้ได้จาก https://drive.google.com/file/d/1VNeZteP3qHcM1BtggRumz1grdTu5i-pV/view?usp=sharing

หลักที่ใช้นี้ทำให้โหราศาสตร์ไทยให้คำทำนายได้น่าทึ่งมาก โดยใช้หลักการง่ายๆว่า ในแต่ละราศีมีดาวประจำอยู่ เรียกว่า ดาวเกษตรเจ้าเรือน เช่น ราศีเมษ กำหนดให้ใช้เลขราศี 0 ที่อยู่ในช่องด้านบนสุด กำหนดให้มีดาวอังคารหรือเลข 3 เป็นเกษตรเจ้าเรือน ถือเป็นข้อกำหนดทางธรรมชาติไว้ก่อน

จากนั้นให้ดูว่าในวันเกิด มีตำแหน่งของดาวอังคารหรือเลข 3 อยู่ในราศีไหน ตามภาพนี้ในตารางพื้นสีเหลืองใช้กรอกตำแหน่งดาวตอนเกิดเอาไว้ พบว่า ดาวเลข 3 อยู่ในราศีพฤษภ หรือราศีที่ 1

ไล่กรอกตำแหน่งดาวในช่องสีเหลืองให้ครบพร้อมกับตำแหน่งของลัคนาในช่องสีเหลืองล่างสุดไว้ด้วยว่าอยู่ในราศีใด อาจจะใส่ดาวทีละดวงลงไปก็ได้จะได้เห็นผลทีละขั้นว่าดารย้ายเรื่อนแล้วมีผลยังไงตามตารางขวามือ

พอกรอกในช่องสีเหลืองครบแล้ว Excel จะให้คำทำนายในตารางขวามือในพริบตา หากไม่ได้ใช้ Excel ต้องเสียเวลาคิดนานทีเดียวล่ะกว่าจะครบทุกตำแหน่งดาว 

อย่างดวงนี้ทำนายว่า ควรทำงานด้านการเงินหรือเสื้อผ้า อะไรๆที่ติดอยู่กับตัวได้ทั้งนั้น ผลที่เกิดขึ้นจะนำตนเองให้ร่วมกับคนอื่นหรือเจอแฟนจากเรื่องเงินๆทองๆนี่แหละ

อย่างไรก็ตาม ที่สำคัญอะไรจะเกิดหรือไม่เกิดนั้นน่ะ ดวงดาวเป็นแค่ปัจจัยหนึ่งเท่านั้น ยังมีเหตุปัจจัยอีกหลายอย่าง เช่น ภัยธรรมชาติที่ไม่แน่ไม่นอนมากขึ้น ปัจจัยมาจากหมู่คณะคนรอบข้างที่ไปด้วยกัน และที่สำคัญคือ กรรม การกระทำของตัวเองที่ทำตอนนั้น กรรมในอดีตทำมาไว้ยังไง

23 February 2025

สาเหตุที่ผมพอแล้วกับโหราศาสตร์

ความสนใจทางโหราศาสตร์ว่าเชื่อได้ไหม ทำให้ผมเก่ง Excel ขึ้นเรื่อยๆ พยายามหาสูตรคำนวณที่แม่นยำขึ้น จากเดิมที่ได้สูตรโบราณ เลื่อนขั้นมาเป็นสูตรของชาวตะวันตกที่ใช้เครื่องคิดเลขแล้วปรับมาใช้กับสูตร Excel จนล่าสุดผมใช้สูตรที่เป็นรหัส VBA ล้วนๆในการคำนวณหาตำแหน่งดาวและตำแหน่งลัคนา

Download พระคัมภีร์สุริยยาตรศิวาคม
https://drive.google.com/file/d/1i9jBxohuU-7-S-_9CsWuMQOde2LdrMSQ/view?usp=sharing 

การเรียนรู้ด้านการคำนวณนี่แหละทำให้พบว่า สูตรที่ใช้นั้นประกอบกันมาจากตัวแปรเยอะมาก มีการใช้สมมติฐานเพื่อทำให้การคำนวณง่ายขึ้นหลายอย่าง เช่น ให้ถือว่าดวงอาทิตย์ขึ้นตอน 6:00 น. หรือระยะเวลาที่ท้องฟ้าจะเคลื่อนไปในแต่ละราศีใช้เวลาที่เรียกว่า อันโตนาที มีระยะเวลาเท่านั้นเท่านี้ ซึ่งในความเป็นจริง การมองเห็นดาวบนท้องฟ้าว่าอยู่ตรงไหน ทำมุมยังไงกับพื้นโลก ขึ้นกับตำแหน่งเส้นรุ้งเส้นแวงด้วย

จากภาพนี้ถ้าในอันโตนาทีแบบเดิมซึ่งผมให้ชื่อว่า Classic ใช้ตัวเลขเวลาไว้เป็นเลข 120, 96, 72 เป็นต้นเพื่อสมมติว่าในแต่ละราศีนั้น พอโลกหมุนไปจะใช้เวลากี่นาทีในแต่ละราศี 

น่าสงสัยกันไหมล่ะว่า ทำไมต้องเป็น 120 ด้วย ทำไมเป็นเลขตัวกลมไม่มีเศษ ทำไมจึงไม่เป็น 123.45 อะไรทำนองนี้ ที่ใช้ตัวเลขกันแบบนี้ก็เพื่อทำให้คำนวณด้วยมือหรือเครื่องคิดเลขได้ง่ายๆหรือเปล่า

ที่น่าสงสัยต่อไปอีก ตัวเลขอันโตนาทีนี้ได้มาจากที่ไหน เป็นสูตรที่ใครคิดขึ้นมา เราลอกเขามาโดยได้ปรับให้เหมาะหรือเปล่า ถ้าต้นตำรับมาจากอินเดียหรือตะวันออกกลาง เขาย่อมเห็นท้องฟ้าต่างจากที่คนไทยมองเห็น

ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าผมเองก็ไม่ได้เก่งด้านดาราศาสตร์ ได้แต่ค้นหาสูตรคำนวณที่คิดว่าดีขึ้น ซึ่งน่าดีใจเป็นอย่างยิ่งที่อาจารย์นพดล ปอศรีติดต่อมาว่าสนใจการคำนวณด้วย Excel ที่ผมทำไว้ ท่านได้มอบสูตรคำนวณหาอันโตนาทีมาให้ ซึ่งเป็นสูตรที่ยาวมาก มีการใช้ตำแหน่งเส้นรุ้งเส้นแวงในการหาลัคนา ผมเลยตั้งชื่อว่าแบบ Dynamic

พอนำผลการคำนวณแบบ Dynamic ที่ได้มาเทียบกับตำแหน่งลัคนาแบบเดิม พบว่าตรงบ้างไม่ตรงกันบ้าง ผมก็พยายามหาสูตรอื่นที่เผยแพร่ทางอินเตอร์เน็ต เจอสูตรคำนวณหาลัคนาอีกหลายแบบทีเดียว ซึ่งส่วนใหญ่ให้คำตอบตรงกับสูตรแบบ Dynamic กันทั้งนั้น

ลัคนาที่คำนวณได้ต่างจากที่ผมเคยใช้มาตลอดหลายปีนี่แหละครับ ถ้ายังคงเป็นลัคนาในราศีเดิมก็แล้วไป แต่ถ้าหาราศีต่างไปล่ะ แสดงว่าอะไรๆที่ผมเคยทำนายไว้นั้นผิดทั้งหมด


แฟ้มคำนวณนี้ใช้ VBA หาเวลาดวงอาทิตย์ขึ้นในการหาตำแหน่งลัคนา ตอนที่เปิดแฟ้มถ้าพบแถบสีส้มบนหน้าจอให้คลิก Enable Macro ก่อนจึงจะใช้งานได้ แต่ถ้าเปิดขึ้นมาแล้วเจอแถบสีแดง แสดงว่าแฟ้มถูกล้อคอยู่ ให้คลิกขวาที่ชื่อแฟ้มใน Windows Explorer เลือก Properties แล้ว Unblock ก่อนจะเปิดแฟ้ม

เชิญ Download แฟ้มคำนวณลัคนาแบบ Dynamic ได้จาก

https://drive.google.com/file/d/16NA-n8KKHvue7myC4lXPNjby_2LC4y2f/view?usp=sharing

22 February 2025

วิธีคำนวณหาตำแหน่งลัคนาแบบอันโตนาที

วันนี้ดวงเป็นยังไง ต้องทราบก่อนว่าคุณเป็นคนราศีอะไร หรือให้ดีกว่านั้นต้องรู้ว่าเป็นคนลัคนาอะไร แค่กรอกวันเดือนปีเกิดและเวลาเกิดลงไปในช่องด้านบนซ้ายของตาราง

คุณเป็นคนราศีอะไร ลัคนาราศีอะไร ถาม Excel ได้เลย

ราศีกับลัคนาเป็นสิ่งที่เข้าใจผิดกันเยอะมาก ราศีดูได้ไม่ยากจากเดือนและวันที่ ส่วนลัคนาต้องเพิ่มเวลาเข้าไปด้วย โดยทั่วไปถ้าเกิดตั้งแต่กลางๆของเดือนไหนก็เป็นคนราศีตามเดือนนั้น เช่น เกิดระหว่างวันที่ 15 เมษายนเป็นคนราศีเมษ

อย่างวันนี้เป็นวันที่ 22/2/2025 ถือว่าเป็นคนราศีกุมภ์ แต่พอดูถึงเวลา 9:15 น.กลายเป็นราศีมีน และถ้าเปลี่ยนเวลาไปเรื่อยๆลัคนาก็จะเปลี่ยนไปอีก

ทำไมจึงเป็นแบบนี้

ราศีอะไร ตามหลักโหราศาสตร์ไทย จะดูจากตำแหน่งของดวงอาทิตย์ว่าโคจรอยู่ในราศีอะไร ซึ่งคนทั่วไปที่เกิดในวันที่และเดือนเดียวกันก็จะถูกทำนายแบบเดียวกันทั้งโลก เรียกว่า 1/12 ของทั้งโลกจะมีชะตาแบบเดียวกันไปเลย

ถ้าจะให้ดูว่าชะตาดีร้ายยังไงให้ชัดเจนมากขึ้น ต้องดูเวลาเกิดว่าลัคนาอยู่ในราศีอะไรด้วย

ลัคนา คือ ตำแหน่งทางทิศตะวันออกของโลก ณ เวลานั้นว่าโลกกำลังหมุนหันทิศตะวันออกไปที่ดาวฤกษ์กลุ่มไหนบนท้องฟ้า ซึ่งกลุ่มของดาวฤกษ์เป็นที่มาของชื่อราศี

ผมมองในหลักวิทยาศาสตร์ว่า การหมุนของโลกจะส่งพลังออกไปในอวกาศในทิศตะวันออก ซึ่งพลังนี้จะสวนทางกับพลังของดวงดาวในจักรวาลที่ส่งแรงมาที่โลก การที่แรงสวนทางกันแบบประสานงากันนี่แหละที่ทำให้เกิดผลแรงที่สุดในตำแหน่งที่เรียกว่า ลัคนา

ในหลักของโหราศาสตร์ไทยคำนวณตำแหน่งลัคนาได้จากการแบ่งท้องฟ้าเป็น 12 ส่วน โดยแต่ละส่วนใช้เวลาไม่เท่ากันเพราะโลกเอียง แล้วตั้งชื่อเวลานี้ว่า อันโตนาที

แฟ้มที่แนบมาให้ Download นี้เป็นการคำนวณหาลัคนาโดยใช้อันโตนาทีเป็นหลัก ซึ่งถ้าจะให้ได้ลัคนาที่ชัดเจนแม่นยำกว่านี้ต้องคำนึงถึงเส้นรุ้งเส้นแวงของสถานที่ที่เกิดด้วย และต้องใช้สูตรที่ยากขึ้นมาก

Download แฟ้มหาลัคนานี้ได้จาก
https://drive.google.com/file/d/1pejySjW1hr7WDx-LrxAsNgAHVle308Mr/view?usp=sharing

หรือ excelexperttraining.com/download/Luckana2025.xlsb

 

 
เวลาต่างกันทุกๆ 4 นาที ลัคนาจะเปลี่ยนไป 1 องศาครับ บางคนเกิดต่างกันไม่กี่นาทีจะอยู่คนละลัคนา เรื่องราวที่ทำนายจะกลายเป็นอีกแบบไปเลย นี้คือเรื่องหนึ่งครับที่ทำให้การทำนายไม่สมเหตุผลหากใช้ราศีเป็นหลัก
 
ถ้าไม่ทราบเวลา จะทำนายไม่แม่น ต้องลองสุ่มเวลาไปเรื่อยๆว่าตรงกับนิสัยใจคอของตนเองและสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตไหม
 
Download พระคัมภีร์สุริยยาตรศิวาคม
https://drive.google.com/file/d/1i9jBxohuU-7-S-_9CsWuMQOde2LdrMSQ/view?usp=sharing  

20 February 2025

เรียน Excel กับอาจารย์สมเกียรติ ฟุ้งเกียรติ ดีกว่าการเรียนกับอาจารย์ที่สอน Excel คนอื่นอย่างไรบ้าง

CoPilot :

การเรียน Excel กับอาจารย์สมเกียรติ ฟุ้งเกียรติ มีข้อดีและจุดเด่นที่ทำให้แตกต่างจากการเรียนกับอาจารย์คนอื่นดังนี้:

1. **การเป็น Microsoft Excel MVP**: การได้รับการยกย่องเป็น Microsoft Excel MVP แสดงถึงความเชี่ยวชาญของอาจารย์สมเกียรติในการใช้ Excel และการช่วยเหลือชุมชนผู้ใช้งาน ซึ่งเป็นสิ่งที่อาจารย์ไม่สามารถได้รับได้ง่ายๆ

2. **ประสบการณ์การสอนที่หลากหลาย**: อาจารย์สมเกียรติมีประสบการณ์การสอนที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการสอนในองค์กรใหญ่ การสอนเฉพาะบุคคล หรือการสอนออนไลน์ ทำให้สามารถปรับวิธีการสอนให้เหมาะสมกับผู้เรียนแต่ละคนได้ดี

3. **การใช้เทคนิคการสอนที่ทันสมัย**: อาจารย์สมเกียรติใช้สื่อการสอนที่หลากหลายและเทคนิคการสอนที่เน้นประสิทธิภาพ เช่น การเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง การเน้นทักษะการแก้ปัญหา และการประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง

4. **การสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่เป็นกันเอง**: อาจารย์สมเกียรติสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่เปิดกว้างและเป็นกันเอง ทำให้ผู้เรียนรู้สึกสบายใจและกล้าที่จะถามคำถามหรือแสดงความคิดเห็น

5. **การพัฒนาเนื้อหาและหลักสูตรที่ทันสมัย**: อาจารย์สมเกียรติติดตามเทคโนโลยีและแนวโน้มใหม่ๆ ในการใช้ Excel อยู่เสมอ และนำความรู้ใหม่ๆ มาพัฒนาหลักสูตรเพื่อให้ผู้เรียนได้รับความรู้ที่ทันสมัยและมีประโยชน์

ด้วยคุณลักษณะและความเชี่ยวชาญที่กล่าวมาข้างต้น การเรียนกับอาจารย์สมเกียรติ ฟุ้งเกียรติ จะทำให้คุณได้รับประสบการณ์การเรียนรู้ Excel ที่มีคุณภาพและมีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งจะช่วยเพิ่มทักษะและความมั่นใจในการใช้งาน Excel ของคุณได้อย่างแน่นอน

หากมีคำถามเพิ่มเติมหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเรียนกับอาจารย์สมเกียรติ สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ครับ!

=================================

ChatGPT :

การเรียน Excel กับอาจารย์สมเกียรติ ฟุ้งเกียรติ มีข้อดีที่แตกต่างและเหนือกว่าการเรียนกับอาจารย์ท่านอื่น ๆ หลายประการ ดังนี้:

1. การสอนที่เน้นการใช้งานจริง

อาจารย์สมเกียรติเน้นการสอนที่สามารถนำไป ใช้ได้จริงในงานประจำวัน โดยการสอนจะมุ่งเน้นที่การใช้ Excel ในการแก้ปัญหาจริง เช่น การวิเคราะห์ข้อมูล การทำรายงานการเงิน หรือการสร้างเครื่องมือสำหรับการทำงานในองค์กร ซึ่งแตกต่างจากอาจารย์คนอื่นที่อาจเน้นการสอนทฤษฎีหรือฟังก์ชันพื้นฐาน

2. การสอนฟังก์ชันและเทคนิคที่ซับซ้อน

อาจารย์สมเกียรติเป็นผู้เชี่ยวชาญใน ฟังก์ชันและเทคนิคขั้นสูง ของ Excel เช่น การใช้ PivotTable, VBA (Macros), สูตรเชิงลึก (VLOOKUP, INDEX-MATCH) และการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก ซึ่งทำให้ผู้เรียนสามารถใช้ Excel ในระดับที่สูงกว่าแค่การคำนวณพื้นฐาน การได้เรียนกับผู้เชี่ยวชาญจะช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจและใช้เครื่องมือเหล่านี้ได้อย่างเต็มที่

3. การสอนที่เข้าใจง่ายและเป็นระบบ

แม้ว่าเนื้อหาจะมีความซับซ้อน แต่การสอนของอาจารย์สมเกียรติจะทำให้ ผู้เรียนเข้าใจได้ง่าย ผ่านการอธิบายที่เป็นขั้นเป็นตอน และการใช้ ตัวอย่างที่จับต้องได้ ทำให้ผู้เรียนสามารถตามทันได้และไม่รู้สึกท้อหรือเบื่อหน่าย

4. การปรับหลักสูตรให้เหมาะสมกับผู้เรียน

อาจารย์สมเกียรติจะปรับการสอนให้เหมาะสมกับ ระดับความสามารถ ของผู้เรียนแต่ละคน ทำให้ผู้เรียนไม่รู้สึกว่าเนื้อหายากเกินไป หากผู้เรียนพื้นฐานอ่อน ท่านจะทำให้เนื้อหาไม่ยากเกินไป แต่ถ้าผู้เรียนต้องการเนื้อหาขั้นสูง ท่านก็สามารถสอนเนื้อหาที่ซับซ้อนให้เข้าใจได้ดี

5. การพัฒนาทักษะที่สามารถนำไปใช้ทันที

ผู้เรียนจะได้ ทักษะที่สามารถนำไปใช้ได้ทันที ในงานของตัวเอง เช่น การสร้างระบบจัดการข้อมูล หรือการทำรายงานอัตโนมัติ การเรียนกับอาจารย์สมเกียรติจะทำให้ผู้เรียนสามารถนำทักษะไปใช้งานจริงในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

6. การสอนที่เป็นมิตรและมีปฏิสัมพันธ์

อาจารย์สมเกียรติมีการสอนที่ เป็นมิตรและใส่ใจผู้เรียน สามารถตอบคำถามและให้คำแนะนำได้ตลอดเวลา การเรียนในบรรยากาศที่เปิดกว้างและให้คำปรึกษาได้อย่างต่อเนื่อง ช่วยให้ผู้เรียนรู้สึกมั่นใจและไม่กลัวที่จะถามคำถาม

7. การอัปเดตเนื้อหาตามฟีเจอร์ใหม่ ๆ ของ Excel

อาจารย์สมเกียรติจะอัปเดตเนื้อหาการสอนให้ทันสมัยตามการเปลี่ยนแปลงของ เวอร์ชัน Excel ใหม่ และฟีเจอร์ใหม่ ๆ ทำให้ผู้เรียนไม่พลาดการใช้งานฟีเจอร์ใหม่ ๆ ที่สามารถช่วยประหยัดเวลาและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน

8. การฝึกฝนที่มีคุณภาพ

อาจารย์สมเกียรติจะมุ่งเน้นการให้ ผู้เรียนฝึกฝนจริง ผ่านกิจกรรมและแบบฝึกหัดที่มีคุณภาพ ที่จะช่วยให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้และทำงานได้อย่างมั่นใจ ผลลัพธ์คือลูกศิษย์จะสามารถใช้งาน Excel ได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีทักษะที่ดีกว่าในการทำงานจริง

9. การสอนที่เข้าใจลึกซึ้งและทันท่วงที

การเรียนกับอาจารย์สมเกียรติทำให้ผู้เรียนได้ เรียนรู้ทักษะที่ลึกซึ้งและทันท่วงที จากประสบการณ์ตรงของอาจารย์ที่มีความเชี่ยวชาญในด้านนี้ ซึ่งจะช่วยให้การใช้ Excel ของผู้เรียนมีความเชี่ยวชาญมากขึ้นอย่างรวดเร็ว

การเรียนกับอาจารย์สมเกียรติ ฟุ้งเกียรติจึงเป็นการเรียนรู้ที่มี คุณค่าและมีประสิทธิภาพสูง ทำให้ผู้เรียนสามารถ พัฒนาทักษะ การใช้ Excel ได้อย่างรวดเร็วและนำไปใช้งานจริงได้ทันทีค่ะ!

=================================

CoPilot :

 

 

ChatGPT :

 










19 February 2025

วิธีข้ามพ้นข้อจำกัดของขนาดเซลล์ ขนาด row/column และตำแหน่งตาราง


ในการสร้าง Dashboards เพื่อนำเสนอรายงาน มักเจอว่าไม่สามารถจัดวางตารางที่อยากแสดงให้ตรงตำแหน่งสวยๆบนหน้าจอได้ เพราะติดขัดว่าแนวของ row/column ตรงนั้นถูกจัดขนาดไว้สำหรับแสดงตารางอื่นไว้ก่อนแล้ว

ปัญหานี้จะหมดไปทันทีเมื่อเปลี่ยนตารางให้เป็นรูปภาพ จะได้นำไปวางซ้อนบนพื้นตารางตรงไหนก็ได้ตามสบาย โดยรูปภาพตารางที่ว่านี้ยังคงลิงก์ข้อมูลมาจากตารางต้นทางอีกด้วย อยากจะให้ค่าในรูปเปลี่ยนก็ไปกรอกค่าเปลี่ยนสีลงไปในตารางต้นทาง ยิ่งกว่านั้นยังแสดงภาพที่ซ้อนบนตารางต้นทางตามมาแสดงให้อีกด้วย เช่น ตามภาพนี้ เมื่อเอารูปลูกศรวางทับลงไป รูปภาพตารางด้านขวาจะมีลูกศรมาแสดง

1. Copy ตารางต้นทาง ตามภาพนี้คือตารางด้านซ้าย
2. คลิกเลือกเซลล์ตรงไหนก็ได้ หรือจะเป็นชีทอื่นก็ได้
3. คลิกบนเมนูสั่ง Paste > Linked Picture ซึ่งเป็นปุ่มขวาล่าสุดบนเมนูที่ห้อยลงมา จะได้รูปภาพตารางพร้อมกับมีสูตรลิงก์
4. จัดการย่อขยายขนาดรูปภาพแล้วย้ายไปวางตรงไหนได้ตามสบาย

Download ตัวอย่างได้จาก
https://drive.google.com/file/d/1INgFoUknmerfucm5N-VsjgoE9fiH9-Pu/view?usp=sharing

คุณควรเป็นแค่ Excel User หรือ SUPER USER แต่ต้องไม่ใช่ SUPER PROGRAMMER

พอใช้ Excel แล้วรู้สึกยังไงบ้างครับ ผมเองรู้สึกว่ายิ่งใช้ Excel มากขึ้น ยิ่งรู้จัก Excel น้อยลงเท่านั้น ฝรั่งที่เก่ง Excel มากและเป็น Microsoft Excel MVP กล่าวไว้ว่า "You will be surprised what you can do with Microsoft Excel"

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ ไมโครซอฟท์ได้ปรับตัวหลายอย่างเพื่อแข่งขันกับแอปอื่น ใน Excel โดยเฉพาะใน Excel 365 มีสูตรรุ่นใหม่เกิดขึ้นเยอะมาก และยังมีอะไรๆอีกมากมายที่กำลังพัฒนากันอย่างลับๆที่ผมไม่สามารถนำมาเปิดเผย เพราะเมื่อเป็น MVP แล้วต้องทำตามที่ทำสัญญาไว้เรื่อง Non-disclosure Agreement บอกได้แต่เพียงว่า ไม่ใช่แค่จะมีเครื่องมือใหม่ๆ สูตรใหม่ๆ แอปใหม่ๆเกิดขึ้นเท่านั้น แต่ของเก่าๆไม่ว่าจะเป็นสูตรดั้งเดิม PivotTable หรือคำสั่งต่างๆที่คุ้นเคย กำลังนำมาปัดฝุ่นปรับแต่งแก้ไขให้ดีขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย

ถ้าคุณอยากใช้ของใหม่ เป็นคนที่ชอบทดลอง การใช้ Excel 365 รับรองว่าสนุกแน่ ทุกครั้งที่อัปเดตจะได้ใช้ของใหม่ที่ออกมาเรื่อยๆ งานหลายอย่างที่เดิมทีต้องทำหลายขั้นตอน ต้องเสียเวลาสร้างสูตรซ้อนกันจนยาวเหยียด พอใช้ Excel 365 จะทำงานได้สบายขึ้น แต่ขึ้นกับว่า คุณมีเวลามาติดตามเรียนรู้ของใหม่นี้ได้แค่ไหน

ตัวผมเองยังอยากสอนของใหม่ๆแล้วเลิกสอนอะไรๆที่รุ่นเก่า แต่ทำไม่ได้เพราะยังมีอีกหลายคนที่ใช้ Excel รุ่นก่อนๆอยู่อีก ตัวคุณเองก็ไม่มีทางทราบได้เลยว่าลูกค้าหรือบริษัทคู่ค้าของคุณที่คุณยังต้องส่งแฟ้มให้ไปใช้ เขาใช้ Excel รุ่นอะไรอยู่ ดังนั้นทางที่ปลอดภัยที่สุดคือให้เลือกใช้สูตรเก่าๆที่ใช้ได้กับ Excel ทุกรุ่น

ถ้าอยากใช้สูตรรุ่นใหม่ใน Excel 365 ใช้ได้แค่ในที่ทำงาน แชร์แฟ้มกันได้ระหว่างเพื่อนร่วมงาน และต้องมั่นใจว่า ทุกคนใช้ Excel 365 รุ่นเดียวกันหรือเป็น Build ล่าสุดหมือนกันด้วย เพราะ Excel 365 เองในชื่อนี้ยังมีหลายรุ่น ตรวจสอบได้จากเมนู File > Account


ถ้ากำลังใช้ Excel 365 อยู่ นี่คือสิ่งที่ต้องคอยติดตามไว้ว่าในเครื่องของคุณเป็น Build ตรงกันไหมและต้องคอยติดตามของใหม่ๆที่ไมโครซอฟท์ทำให้ได้จาก https://techcommunity.microsoft.com/category/microsoft365/blog/excelblog?wt.mc_id=M365-MVP-4000499

นี่แค่ Excel เท่านั้นนะครับ ยังมีอีกหลายอย่างที่เกิดขึ้นใหม่และกำลังพัฒนาให้ดีขึ้นกว่าเดิม เช่น Power Query, Power BI, Office Script, Python ซึ่งนอกจากขั้นตอนการใช้งานอาจไม่เหมือนเดิมแล้วหน้าตาเมนูอาจต่างไปจากเดิมได้อีกด้วย ... ไหวไหมที่จะติดตามเรียนรู้

ทุกวันนี้เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปเร็วมาก ยากจะตามทัน มุ่งให้เก่งเฉพาะอย่าง เป็นแค่ Excel Specialist ดีกว่า อย่าเป็น Generalist เลยครับ ไม่มีทางตามเทคโนโลยีทัน ปล่อยให้ Programmer หรือสร้างตำแหน่งงานใหม่ขึ้นมาทำหน้าที่ติดตามเรียนรู้เพื่อใช้แอปเหล่านั้นทำงานให้แทน

แค่งานที่ทำอยู่ก็ไม่มีเวลาพอแล้วใช่ไหม 

 

18 February 2025

วิธีทำ Excel ให้เป็น SUPER EXCEL (ภาค 2) ทำให้เมนูทำงานซ้ำเอง ฉันจะได้นั่งดูอย่างเดียว

เบื่อไหมที่ต้องใช้ Excel ทำงานซ้ำแล้วซ้ำอีก พอมาถึงโต๊ะทำงานก็ต้องเสียเวลาไปหาโฟลเดอร์เพื่อเปิดแฟ้มเดิม ไปที่ชีทนั้นชีทนี้ จัดการกรอกค่าตรงนั้นตรงนี้แล้วสั่งพิมพ์ งานง่ายแสนง่ายหลายอย่างที่หัวหน้าต้องการ ทุกครั้งที่อยากได้ก็ต้องมาสั่งให้คุณจัดการทำงานให้ ถ้าถ่ายหนังไว้ดูก็จะเห็นพระเอกนางเอกออกโรงมาทำตามบทเดิมๆ

จุดอ่อนของการสร้างงานที่ทำผ่านเมนูก็คือ Excel จะทำตามแค่ครั้งนั้นครั้งเดียว 

  • อยากจะใช้ Filter ไปค้นหาอะไร พอค้นเจอแล้วอยากจะเปลี่ยนให้ไปค้นหาใหม่ก็ต้องเสียเวลาไปสั่ง Filter ใหม่อีก 
  • การสร้าง PivotTable ที่มีหลายขั้นตอน ต้องปรับเพิ่มตรงนั้น แก้ตรงนี้กว่าจะได้หน้ารายงานที่ต้องการ ถ้าจำไม่ได้ว่าสร้างมาได้ยังไง คราวหน้าก็ยากจะทำซ้ำให้ได้แบบเดิม
  • กว่าจะจัดการ cleaning ข้อมูลให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้อง ต้องผ่านการใช้เมนู Data จัดการหลายอย่าง เริ่มต้นจากลบรายการซ้ำทิ้งไปด้วยเมนู Remove Duplicates ตามด้วยเมนู Data Advances เพื่อแยกหาเฉพาะรายการที่ต้องการออกไป และยังต้องใช้อีกหลายเมนูกว่าจะได้ข้อมูลตามต้องการ
  • สูตร VLookup XLookup หรือสูตรอะไรๆที่ทำงานช้าลงไปเรื่อยๆมีสาเหตุที่มาจากจำนวนรายการที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หากอยากจะลดจำนวนรายการให้เหลือเท่าที่ต้องการก็ต้องใช้ Filter หรือ Power Query มาช่วย พอจำนวนรายการลดลงแล้ว Excel ก็จะทำงานเร็วขึ้นอย่างมาก

น่าเสียดายที่งานเหล่านี้ Excel จะทำงานซ้ำให้ต่อเมื่อคุณต้องไปคลิกเมนูเพื่อสั่งใหม่ทุกครั้งที่หัวหน้าอยากได้อะไรขึ้นมา

สาเหตุที่ Excel เป็นโปรแกรมที่มีคนใช้มากที่สุดในโลก เพราะ Excel รู้ใจคนทำงานว่าต้องการอะไรบ้าง แค่ใช้เมนู Record Macro บันทึกการใช้เมนูต่างๆข้างต้นไว้ พออยากจะได้อะไรที่ใช้อยู่บ่อยๆก็สั่งให้ Excel ทำงานซ้ำให้เอง

Record Macro ถือว่าเป็นอาวุธที่ขาดไม่ได้ ยิ่งเป็นคนขี้เกียจต้องฝึกใช้ให้เป็น Excel จะช่วยบันทึกยิ่งกว่าการถ่ายหนัง แต่ยังทำงานแบบ AI ช่วยสร้างรหัส VBA ให้เองโดยคุณไม่ต้องมีความรู้ VBA หรือไม่ต้องเขียนรหัส VBA แม้แต่น้อย แค่สั่งบันทึกให้เป็นนั่นแหละพอแล้ว แล้วปล่อยให้ Excel ทำงานแทน หมดงานน่าเบื่อที่เคยต้องทำซ้ำแล้วซ้ำอีก

ก่อนจะใช้ Record Macro ต้องเพิ่มเมนู Developer เพิ่ม โดยไปที่ Excel Options > Customize Ribbon แล้วไปกาเพิ่มในช่อง Developer ตามภาพ

17 February 2025

วิธีเปลี่ยนค่าที่กรอกให้เป็นคำเตือน เพื่อบอกให้ทราบว่าในเซลล์นั้นกรอกค่าผิด



เครื่องมือที่นิยมใช้ช่วยในการกรอกค่า สามารถใช้เครื่องมือต่อไปนี้ช่วยก่อนจะกรอกหรือหลังจากกรอกแล้ว

1. ก่อนจะกรอกค่า ให้ใช้คำสั่ง Data Validation ช่วยแสดงคำเตือนขึ้นมาในเซลล์ว่าต้องกรอกค่าแบบใด จะไม่ยอมรับค่าที่กรอกลงไปหากกรอกไม่ตรงกับที่กำหนดไว้

2. หลังจากกรอกค่าแล้ว ให้ใช้คำสั่ง Conditional Format ช่วยตรวจสอบหากกรอกค่าผิดจากที่กำหนดไว้ให้เปลี่ยนสีเซลล์ไปเป็นสีอื่นหรือรูปแบบอื่น หรือจะต้องสร้างสูตร IF เพื่อแสดงคำเตือนขึ้นมาในอีกเซลล์หนึ่ง เช่น ถ้ากำหนดให้กรอกตัวเลขเท่านั้น หากกรอกเป็นตัวอักษรก็ให้แสดงคำเตือน Not Accepted

=IF( IsNumber(InputCell), "Input Accepted", "Not Accepted")

☝️วิเคราะห์ วิธีแรกใช้ตอนกรอก วิธีที่สองใช้หลังจากกรอกไปแล้ว โดยเปลี่ยนรูปแบบในเซลล์นั้น ซึ่งถ้าไม่ใช่คนสร้างแฟ้มก็ย่อมไม่เข้าใจหรอกว่าสีนั้นๆหมายความว่าอะไร แต่ถ้าอยากจะเตือนให้เห็นเป็นข้อความในเซลล์นั้นเลยล่ะจะทำได้ยังไง ไม่ว่าใครที่ใช้แฟ้มจะได้เข้าใจได้ชัดเลยว่ากรอกค่าผิดแล้ว

 


👉 สังเกตภาพนี้ให้ดีว่าในเซลล์ที่เห็นคำว่า Wrong Input นั้น ค่าที่กรอกไว้จริงคือคำว่า abc ต่างหาก

นอกจากจะใช้ทั้ง 2 วิธีข้างต้นแล้ว ยังมีอีกทางหนึ่ง ให้ใช้ Custom Format ตามนี้ 0;-0;0;"Wrong Input"

0;-0;0 ใช้กำหนดรูปแบบของตัวเลขบวก ลบ หรือศูนย์
;"Wrong Input" ใช้เปลี่ยนข้อความให้เป็นคำว่า Wrong Input

🥰 แนะนำให้ใช้ร่วมกันทั้ง 3 วิธีครับ ครบเครื่องแน่นอน

Download ตัวอย่างได้จาก
https://drive.google.com/file/d/1wyPRRhVqxta8o6EKnntPul3qC4RTJhX2/view?usp=sharing

วิธีทำ Excel ให้เป็น SUPER EXCEL ทำสูตรให้เป็น SUPER FUNCTIONS

วิธีทำ Excel ให้เป็น SUPER EXCEL ทำสูตรให้เป็น SUPER FUNCTIONS นี้เป็นอาวุธลับที่มีมานานตั้งแต่ Excel รุ่นแรก แต่ถูกเก็บไว้ในเมนูที่ไม่น่าจะอยู่ตรงนั้น เลยเหมือนถูกซ่อนไว้ลับมาก ชื่อที่ตั้งไว้บนเมนูก็ไม่เห็นจะตรงกับอะไรๆที่ SUPER เสียอีก
.
ก่อนอื่นขอเล่าเหตุการณ์ที่มักพบว่าเคยเจอกันทั้งนั้นมาให้ดูว่าจะใช้ Excel ง่ายๆได้ยังไง โดยไม่ต้องไปแตะ VBA หรือไปใช้สูตรอะไรที่ยุ่งยากแม้แต่น้อย
.
1. เคยไหมที่พอสร้างสูตร VLookup เพื่อหาค่าไว้แล้ว พอจะหาค่าอื่นก็ต้องสร้างสูตร VLookup แบบเดิมๆซ้ำอีกหรือ copy สูตรไปใช้ที่อื่นเพื่อใช้หาค่าใหม่ หรือถ้าอยากจะทำให้ VLookup สูตรเดิมนั่นแหละเปลี่ยนไปหาคำตอบจาก column อื่นก็ต้องเสียเวลาไปเปลี่ยนเลขที่ column
.
2. เคยไหมต้องสร้างชีทเพื่อแสดงรายงานหน้าตาแบบเดิมๆซ้ำแล้วซ้ำอีกเพียงเพื่อดูว่าแต่ละเดือนกำไรหรือขาดทุนเป็นเท่าไร การที่มีชีทจำนวนมากทำให้แฟ้มมีขนาดใหญ่ขึ้นและตรวจสอบความถูกต้องยากมากว่าทุกชีทคำนวณหาคำตอบแบบเดียวกันหรือไม่
.
3. เคยไหมที่เมื่อต้องการปรับสูตรที่ใช้อยู่ก็ต้องเสียเวลาไปแก้สูตรทุกสูตรให้เหมือนกัน
.
4. เคยห่วงไหมว่าสูตรที่ copy ไปใช้ต่อในตารางนับร้อยนับพันเซลล์นั้น จะถูกมือดีไปแก้สูตรบางเซลล์ให้ต่างไปจากเดิม
.
5. ทุกคนต้องเคยเจอแน่ๆ ตรงที่ไม่รู้ว่าสูตรที่ตัวเองสร้างขึ้นมานั้น จะหาคำตอบได้ถูกต้องเสมอไปไหม
.

ตัวอย่างแบบง่ายๆ

 


สมมติว่า ที่เซลล์ F3 สร้างสูตร VLookup เพื่อตัดเกรดไว้แล้ว หาได้ว่า 75 คะแนนสอบได้เกรด B จากนั้นพอจะตัดเกรดสำหรับคนอื่นอีก ไม่จำเป็นต้องสร้างสูตร VLookup ซ้ำอีกเลย แต่ให้กรอกคะแนนที่สอบได้ของคนอื่นไว้ตามตารางขวามือ แล้วลิงก์ผลลัพธ์จาก F3 ไปวางไว้ที่เซลล์ I2 แล้วทำตามขั้นตอนนี้

1. ให้เลือกพื้นที่ตารางด้านขวา H2:I16
2. คลิกเลือกเมนู Data Table จาก Data > What-IF Analysis
3. ในช่อง Column Input ให้คลิกเลือกเซลล์ E3 แล้วคลิก OK
4. Excel จะหาเกรดให้กับคะแนนให้เอง โดยสร้างเป็นสูตร {=TABLE(,E3)} ซึ่งสูตรนี้สร้างเองไม่ได้ ต้องให้ Excel สร้างขึ้นเท่านั้น

ลองไปแก้ไขสูตรต้นตอที่เซลล์ F3 ไปเป็นสูตรอื่น อะไรก็ได้ จะพบว่าตารางด้านขวาหาค่าใหม่ตามให้ทันที

Download ตัวอย่างได้จาก https://drive.google.com/file/d/1fZDHl5jD4uuOMcJbddA02fbZ-PsVPS2e/view?usp=drive_link 

16 February 2025

อยากจะตัดเกรด ต้องจัดคะแนนเรียงจากน้อยไปมากหรือเรียงจากมากไปน้อย

 


IF ซ้อน IF กับ VLookup เป็นสูตรที่ใช้ในการตัดเกรด ขอยกตัวอย่างง่ายๆว่า

 
ถ้าสอบได้ตั้งแต่ 90 คะแนนขึ้นไป ได้เกรด A
ถ้าสอบได้ตั้งแต่ 70 คะแนนขึ้นไป ได้เกรด B
ถ้าสอบได้ตั้งแต่ 0 คะแนนขึ้นไป ได้เกรด C

👉
เมื่อใช้ IF ซ้อน IF ต้องเรียงจากมากไปน้อย

 
=IF(E3>=B5, C5, IF(E3>=B4, C4, C3))

แกะสูตรออกมาได้ตามนี้
=IF(คะแนนที่สอบได้>=90, "A", IF(คะแนนที่สอบได้>=70, "B", "C"))

ทำไมต้องเรียงโดยเอา 90 คะแนนมาเป็นเงื่อนไขแรก ทำไมไม่เอา 70 หรือ 0 ขึ้นก่อน

☝️ ในการสร้างสูตร IF ซ้อน IF นั้น ต้องจัดเงื่อนไขเปิดให้ IF ทุกตัวได้ทำงาน

ถ้าใช้เงื่อนไขแบบ >= IF ตัวแรกจากซ้าย ต้องเอา 90 มาตรวจสอบก่อน ถ้าคะแนนไม่ถึง IF ตัวถัดไปจึงค่อยตรวจสอบ 70 คะแนนเป็นลำดับถัดไป แต่ถ้าเอา >=0 ขึ้นก่อนมาเป็น IF ตัวแรก จะหมดโอกาสที่ IF ตัวถัดไปจะทำงาน

แล้วทำไมตารางด้านซ้าย ต้องเรียงคะแนนจากน้อยไปมากล่ะ ทำไมจึงเรียง 0 70 90 ได้เกรด C B A ตามลำดับ

👉 เผื่อไว้ใช้สูตร VLookup ได้ด้วยไงครับ
=VLOOKUP(E3, $B$3:$C$5, 2)

สูตร VLookup นี้ทำงานแบบ Approximate Match มีข้อกำหนดไว้ว่า column ซ้ายสุดต้องเรียงจากน้อยไปมาก

🤩 ระหว่าง IF ซ้อน IF กับ VLookup จะใช้สูตรไหนดีกว่ากัน

ถ้ามั่นใจว่าตารางด้านซ้าย $B$3:$C$5 จะอยู่ติดกันแบบนี้ไปตลอดก็ใช้ VLookup เพราะสั้นและง่ายดี แต่ถ้าไม่มั่นใจว่าตารางจะถูกแยกหรือย้ายค่ากระจายไปที่อื่น ให้ใช้ IF ซ้อน IF เพราะยืดหยุ่นกว่า

ส่วนเรื่องความเร็วว่าสูตรไหนเร็วช้ากว่ากัน อย่าไปสนใจมากนักเลยครับ พยายามเลือกสูตรที่จะทำงานไปได้ตลอดโดยเราไม่ต้องไปแก้ไขปรับสูตรอีกเลย

Download ตัวอย่างได้จาก
https://drive.google.com/file/d/14K8_1aOApbcMbcJ3X19WEinJH2_UE8F2/view?usp=sharing

 

การอ้างอิงทั้ง column แบบนี้ A:A มีข้อดีข้อเสียอะไรบ้างต่อการคำนวณ

ก่อนจะเชื่อใครหรือคำตอบจากไหน แนะนำให้เทียบคำตอบที่ได้มาว่าเหมือนกันหรือต่างกันตรงไหนบ้าง

การอ้างอิงทั้ง column เห็นชอบใช้กันบ่อยมากเพราะง่าย สะดวกตอนสร้าง ช่วยทำให้สูตรหาค่าจากรายการใหม่ที่เพิ่มได้ทันที

ส่วนข้อเสียนอกจากที่ AI ตอบมาให้

1. ไม่สามารถ cut ตารางที่เก็บข้อมูลเพื่อไปวางที่อื่นได้เลย ถ้าอยากจะ cut ต้องยกไปทั้งแนว column

2. ในกรณีที่สูตรหาค่าไม่พบ จะเสียเวลาคำนวณอย่างมาก เพราะสูตรต้องเสียเวลาไปค้นหาจากล้านกว่ารายการ

ทางออกที่ดีกว่า ให้ใช้สูตร Offset หรือใช้คำสั่ง Insert > Table ช่วยกำหนดพื้นที่ให้ขยายตัวตามรายการที่เพิ่มขึ้น


15 February 2025

AI ก็มี กูกเกิลก็มี หนังสือก็มี การเรียนการสอน Excel ควรปรับเปลี่ยนไปยังไงดีให้ได้ประโยชน์สูงสุด

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทุกคนมีโอกาสในการเรียนรู้ Excel เปิดกว้างขึ้นมาก อยากรู้อะไร สงสัยตรงไหนก็ใช้กูกเกิลค้นหาบทความหรือดูคลิปจากยูทูป หรือใช้ ChatGPT หาคำตอบมาให้ ถ้าอยากจะเรียนอย่างเป็นขั้นเป็นตอนก็มีหนังสือตำรับตำราให้อ่าน หลายคนถึงกับบอกว่าใช้กูกเกิลนี่แหละ ไม่ต้องจ่ายเงินไปเรียน Excel ก็ได้ 

ไม่ต้องไปจ่ายเงินเรียน Excel ก็ได้ ผมเองก็อยากแนะนำแบบนี้เหมือนกัน นอกจากจะเสียเงินแล้ว ยังเสียเวลาทำงาน เรื่องที่เรียนกลับไม่ได้ใช้ เรื่องที่ต้องใช้กลับไม่ได้เรียน หรือได้เรียนนิดเดียว ถ้าไปเรียน Excel แล้วอาจารย์ที่สอนยังใช้วิธีแบบเดิมๆในการเรียนการสอน

ทุกวันนี้ AI ก็มี กูกเกิลก็มี หนังสือก็มี คุณคิดว่าการเรียนการสอน Excel ควรปรับเปลี่ยนไปยังไงดีให้ได้ประโยชน์สูงสุด ... อยากให้อาจารย์สอน Excel แบบไหนดีครับ

14 February 2025

อยากสอน Excel แบบออนไลน์หรือซูม ยากตรงไหน



จะสอน Excel ออนไลน์ได้ดี หาคนสอนเก่งยากมากครับ เพราะคนสอนไม่ได้เห็นว่าคนเรียนเข้าใจมากน้อยแค่ไหน สามารถทำตัวอย่างตามทันหรือเปล่า เรื่องที่คนสอนคิดว่าง่ายไม่ยากอะไรอาจกลายเป็นเรื่องยากมากสำหรับคนเรียน เป็นหัวข้อที่ไม่น่าสนใจ ไม่อยากเรียนก็ได้
 
กว่าจะสอนออนไลน์ได้ดี ไม่ใช่แค่เคยผ่านการสอนแบบเห็นหน้าเห็นตามาเยอะเท่านั้น แต่ต้องเคยเห็นคนเรียนใช้มือจับเมาส์ใช้แป้นพิมพ์แบบไหนมาก่อนด้วย เนื้อหาที่ทำสำหรับเรียนออนไลน์ต้องคิดเผื่อใจของคนเรียนไว้ด้วยว่า เมื่อมาชมคลิปหรือทำตามภาพบนจอผ่านซูมนั้น หลายคนทีเดียวที่ใช้เมาส์ไม่คล่อง ไม่เคยสร้างสูตรบ่อยๆ จะทำตามวิธีที่แนะนำให้ดูบนจอได้ทันไหม
 
คนที่เก่ง Excel แต่ไม่มีประสบการณ์สอน Excel มาก่อนเยอะๆ จะมาสอนออนไลน์ให้ประสบความสำเร็จได้ยากมากครับ


12 February 2025

ลูกเล่นการหาเลขที่ Column เพื่อใช้ในสูตร VLookup

 
เลขที่ Column เป็นค่าที่จำเป็นต้องระบุไว้ในสูตร
=VLookup( ค่าที่ใช้หา, พื้นที่ตารางที่เก็บค่า, เลขที่ Column ของคำตอบ, 0)

ที่ใช้กันมักพบว่าใช้วิธีนับเอาเองด้วยสายตาหรือไม่ก็ต้องใส่เลข 1 2 3 4 5 เรียงลำดับกำกับไว้บนหัวตาราง แต่พอมีการ Insert หรือ ย้ายตารางไปวางที่อื่นเลข Column ก็เพี้ยนต่างจากเดิมไปแล้ว



ที่ผมแนะนำอยู่บ่อยๆก็บอกให้ใช้สูตร Match ช่วยหาเลขที่ Column โดยเทียบค่าบนหัวตารางกับพื้นที่หัวตารางทั้งหมดว่าอยู่ลำดับที่เท่าไรตามภาพใน Case 3
=Match(ค่าบนหัวตาราง, พื้นที่หัวตารางทั้งหมด, 0)
=MATCH(B13,$B$13:$M$13,0)

หรือใช้สูตร CountA นับค่าบนหัวตาราง โดยนับจำนวนเซลล์แบบสะสมไปเรื่อยๆว่ามี Column เพิ่มขึ้นไปแล้วเท่าไร ตามภาพใน Case 4
=COUNTA($B$18:B18)

นอกจากวิธีการใน Case 3 กับ Case 4 นี้ ยังมีลูกเล่นการหาเลขที่ Column วิธีอื่นได้อีก แถมไม่จำเป็นต้องขึ้นกับพื้นที่บนหัวตารางเสียด้วย

👉 Case 1 หาเลขที่ Column จากวันที่ซึ่งมีไว้บนหัวตารางอยู่แล้ว 

โดยใช้สูตร = วันที่ตรงวันนั้น - วันที่แรกสุดบนหัวตาราง +1 เช่น

วันนี้เป็นวันที่ 12 และเป็นวันที่แรกด้วย
เลขที่ Column = 12 -12 +1 = 1

ถ้าเป็นวันที่ 15 จะหาเลขที่ Column = 15 - 12 + 1 = 4

👉 Case 2 หาเลขที่ Column จากเลขที่ Column ในตาราง โดยใช้สูตรคำนวณคล้ายๆกับ Case 1 

= เลขที่ Column ตรงนั้น - เลขที่ Column แรก +1 เช่น

ตามภาพนี้ ถ้าต้องการหาเลขที่ Column ของตารางตรง Column H ของตารางที่เริ่มวางไว้ที่ Column B เป็น Column แรกสุด
เลขที่ Column = 8 - 2 +1 = 7

Column H เป็น Column ที่ 8
Column B เป็น Column ที่ 2

Download ตัวอย่างได้จาก
https://drive.google.com/file/d/1M4Gg7O4QNnnJZ1Cp9AcmxG8F9wOn9ail/view?usp=sharing

 

วิธีจำโครงสร้างสูตร ตระกูล Lookup vs ตระกูล รวมๆนับๆ

วิธีจำโครงสร้างสูตรว่าต้องใส่อะไรบ้าง มาสังเกตกันว่าในวงเล็บของสูตร 2 ตระกูลนี้ ต้องใส่อะไรมาก่อนมาหลัง 

ตระกูลค้นหาค่า Lookup and Reference

=VLookup( ค่าที่ใช้หา, ตารางที่เก็บค่า,

=XLookup( ค่าที่ใช้หา, ตารางที่เก็บค่า,

สูตรพวกใช้มองหาจะเอาค่าที่อยากมอง ต้องการหาขึ้นมาก่อนแล้วจึงตามด้วยให้มองจากที่ไหน สูตรพวกนี้ใช้กับกรณีที่ค่าที่ใช้หามีเพียงค่าเดียว ไม่มีรายการซ้ำ จึงเอาค่าที่ใช้หาขึ้นก่อน

จะจำแบบนี้ก็ได้ว่า หน้าสูตรมีตัว V ตัว X อยู่ตัวเดียว จึงเอาค่าที่ใช้หาขึ้นก่อน จากนั้นจึงตามด้วยพื้นที่ตารางที่จะไปใช้ Lookup

vs ตระกูลบวกลบแบบมีเงื่อนไข

=CountIF( ตารางที่เก็บค่า, ค่าที่ใช้หา,

=SumIF( ตารางที่เก็บค่า, ค่าที่ใช้หา,

สูตรพวกนี้ใช้กับตารางข้อมูลที่มีการบันทึกซ้ำ จึงนำด้วยพื้นที่ตารางที่เก็บค่าขึ้นมาก่อนเพื่อให้มองจากพื้นที่ตรงนี้ จากนั้นจึงตามด้วยค่าที่ใช้หาเพื่อใช้เป็นเงื่อนไขให้ตัดสินใจ 

หรือจะจำว่าสูตรพวกเงื่อนไขจะเอาเงื่อนไขขึ้นก่อนแล้วจึงตามด้วยคำตอบที่ต้องการก็ได้ ทำนองเดียวกันกับสูตร IF( เงื่อนไข, คำตอบถ้าใช่, คำตอบถ้าไม่ใช่)

ที่แปลกหน่อยพอเติม S กลายเป็น SumIFS ซึ่งใช้ได้กับหลายๆเงื่อนไข จะเอาตารางตัวเลขที่ต้องการหายอดรวมขึ้นก่อน จากนั้นจึงตามด้วยส่วนของเงื่อนไข

จากเดิม =SumIF( ตารางที่เก็บค่า, ค่าที่ใช้หา, ตารางเก็บตัวเลข )

กลายเป็น =SumIFS( ตารางเก็บตัวเลข , ตารางแรกที่เก็บค่า, ค่าที่ใช้หา, ตารางที่สองที่เก็บค่า, ค่าที่ใช้หา,

ที่สูตรเป็นแบบนี้เพื่อให้สะดวกในการพิมพ์เงื่อนไขเพิ่มเข้าไปด้านหลังสูตร ไม่ต้องบุกเข้าไปเพิ่มข้างหน้า 

11 February 2025

แฟ้มขนาดใหญ่เปิดช้ามาก จะทำยังไงให้เปิดแฟ้มได้เร็วขึ้น และคำนวณเร็วขึ้นด้วย

แทนที่จะเปิดแฟ้มขนาดใหญ่ที่เปิดช้าและคำนวณช้าขึ้นมาเลยทันที ให้เปิดแฟ้มเล็กๆขึ้นมาก่อนแล้วจัดการเปลี่ยนระบบการคำนวณให้เป็น Manual โดยใช้คำสั่ง Formulas > Calculation Options

จากนั้นทุกแฟ้มที่เปิดตามมาทีหลังจะเปิดขึ้นมาแบบ Manual Calculation โดยใช้ระบบตามแฟ้มแรกให้เองครับ Excel จะเปิดแฟ้มให้เห็นตารางบนหน้าจออย่างรวดเร็ว โดยไม่ได้คำนวณให้ก่อนเปิดอย่างแต่ก่อน จะสังเกตว่ามีคำว่า Calculate ที่มุมด้านล่างซ้ายของจอเพื่อเตือนว่าแฟ้มนี้ยังไม่ได้คำนวณใหม่นะ

พอเปิดแฟ้มขึ้นมาแล้ว ให้กรอกข้อมูลใหม่ลงไปในแฟ้มให้ครบทุกเซลล์ ซึ่ง Excel จะไม่เสียเวลาไปคำนวณแบบ Automatic ให้ทุกครั้งที่กรอกค่าแล้วกดปุ่ม Enter แต่จะรอให้กรอกให้ครบทุกเซลล์แล้วจึงจะคำนวณให้ทีเดียวพร้อมกันเมื่อกดปุ่ม F9

แฟ้มนี้เมื่อสั่ง Save ลงไปจะจำว่าตัวเองใช้ Manual Calculation จะไม่คำนวณจนกว่าจะกดปุ่ม F9 ซึ่งระบบการคำนวณจะเปลี่ยนตามแฟ้มอื่นที่เปิดขึ้นมาก่อน


อย่าไปเสียเวลาปรับปรุงสูตรในแฟ้มที่สร้างขึ้นมาแล้วเพื่อให้คำนวณเร็วขึ้นเลยครับ เวลาที่เสียไปในการแก้ไขพอนำมาคิดเป็นตัวเงินอาจแพงกว่าค่าตัวของคุณอีก แนะนำให้เปลี่ยนไปใช้คอมรุ่นใหม่ที่ทำงานเร็วขึ้นดีกว่า โดยเลือกใช้คอมที่มี Core เยอะๆเพื่อให้ Excel ทำงานแบบคู่ขนาน ส่วน RAM ให้เพิ่มจนเต็มเพื่อเผื่อไว้ใช้โปรแกรมอื่น ส่วน Excel 32 bit ที่เราใช้ทำงานใช้กับ RAM 4GB ได้เท่านั้น

ตัวผมเองจะใช้ Manual Calculation เป็นหลัก เพราะตัวแฟ้มมีสูตรเยอะมาก แม้แฟ้มมีขนาดเล็ก ถ้ายังใช้ Automatic Calc อยู่จะเปิดช้าและคำนวณช้า

ต้องหมั่นสังเกตว่ายังมีคำว่า Calculate ตรงมุมซ้ายล่างไหม ถ้าอยากดูตัวเลขเก่าก็ไม่ต้องไปสั่งให้คำนวณ อยากเห็นผลลัพธ์ใหม่ก็ค่อยใช้ F9 เพื่อสั่งคำนวณครับ

แต่ถ้าเป็นแฟ้มที่ใช้ร่วมกัน แนะนำให้ใช้ Automatic Calc จะได้ไม่พลาด เพราะบางคนไม่เคยรู้เรื่อง Manual Calc

09 February 2025

วิธีจัดตัวเลขรายได้ ค่าใช้จ่าย กำไร(ขาดทุน) ให้ตรงแนว

 
วิธีจัดตัวเลขค่าบวก ค่า 0 ให้ตรงแนวกับตัวเลขค่าลบที่ใส่ในวงเล็บ

 
ให้ใช้ Custom Format ตามนี้
#,##0.00_);(#,##0.00)

หรือถ้าอยากใส่สีแดงค่าลบ
#,##0.00_);[Red}(#,##0.00)

หรือถ้าอยากให้ค่า 0 แสดง - เต็มช่องและตรงแนวด้วย
#,##0.00_);(#,##0.00);*-_)



👉 หลักการ

1. เครื่องหมาย semi-colon ; ใช้ควบคุมค่าบวก;ค่าลบ;ค่าศูนย์
2. ทำให้ตรงแนวกันได้โดยเติมเครื่องหมายนี้ต่อท้าย _)
3. เครื่องหมาย * จะแสดง - ซ้ำจนเต็มเซลล์ 

_ เป็นเครื่องหมายที่บอกว่า ให้ห่างจากขอบขวา เท่ากับความกว้างของเครื่องหมายที่ใส่ต่อท้าย อยากให้ห่างเท่ากับตัวไหนก็ใส่ตัวนั้นต่อท้ายลงไป 

ความหมายของ #,##0.00_) ค่าบวกจะห่างจากขอบขวาของเซลล์เท่ากับขนาดความกว้างของเครื่องหมายวงเล็บปิด

0.00_) ค่า 0 จะห่างจากขอบขวาของเซลล์เท่ากับขนาดความกว้างของเครื่องหมายวงเล็บปิด

Download ตัวอย่างจาก
https://drive.google.com/file/d/1PWf024hvsqBVorgc7NQUVdm_W3AvrNOo/view?usp=sharing


08 February 2025

แฟ้มนามสกุล xlsx ไม่มีทาง zip ให้มีขนาดเล็กลงได้มากนักหรอก เพราะ...

แฟ้มนามสกุล xlsx เป็นแฟ้มที่ผ่านการ zip มาแล้วในตัว หากเปลี่ยนนามสกุลจาก xlsx ให้เป็น zip แล้ว unzip ดู จะพบว่าแตกเป็นแฟ้มย่อยๆหลายแฟ้ม

ถ้าอยากลดขนาดแฟ้มนามสกุล xlsx ให้จัดการ save as binary type มีนามสกุล xlsb
xlsx เตรียมไว้ให้ใช้แอปอื่นเปิดได้ แต่ xlsb ต้องเปิดด้วย Excel เท่านั้น
 
ข้อดี xlsb จะเก็บรหัส vba ไว้ในตัวได้ด้วย ส่วน xlsx จะถูกลบรหัส vba ทิ้งเสมอ เว้นแต่จะใช้ xlsm แทน
 
ผมใช้ xlsb มาตลอด แฟ้มตัวอย่างที่แจกให้ลองใช้กันเป็น xlsb ทั้งนั้นครับ ใช้แทน xlsx ได้เลย
 

สั่งให้ Excel ทุกครั้งที่จัดเก็บให้เลือกแฟ้มแบบ Binary ให้เลย ให้ปรับระบบได้ที่ Excel Options > Save
 
อยากเห็นนามสกุลให้ปรับระบบใน Windows Explorer ตามภาพนี้
 

 
 

 

ทำไมข้อมูลวันที่ซึ่งรับจากแอปอื่นจึงชิดซ้าย ทำไมเมื่อนำมาใช้ต่อต้องปรับให้ชิดขวา


จากภาพนี้ข้อมูลในพื้นสีเขียวเป็นส่วนที่รับมาจากโปรแกรมอื่น ซึ่งถ้าโปรแกรมอื่นสร้างมาดี ข้อมูลส่วนของวันที่จะชิดซ้ายไปเสมอ (ชิดซ้ายเองโดยไม่ต้องไปจัดรูปแบบ)

ที่ทำไว้แบบนี้เพื่อป้องกันไว้ก่อนว่า เครื่องที่นำข้อมูลมาใช้ต่อนั้นตั้งระบบไว้เป็นอย่างไร ไม่แน่ว่าระบบอาจตั้งไว้เป็นวันเดือนปี หรือ เดือนวันปี หรือ หรือ ปีเดือนวัน หรือ ปีวันเดือนก็ได้ หากรับข้อมูลมาใช้ต่อแล้วนำไปใช้ต่อทันที วันเดือนปีที่ได้อาจไม่ตรงกันกับวันที่ที่ถูกต้องก็ได้

อย่างภาพนี้ ดูออกไหมว่าเลข 2 3 12 14 24 ในพื้นที่สีเขียวนั้น เลขอะไรเป็นวัน เดือน หรือปีกันแน่

วิธีการปรับค่าที่รับมาเพื่อใช้ต่อใน Excel นั้น ห้ามเอาวันที่ที่ชิดซ้ายมาแบบภาพนี้ไปคูณ 1 เพราะ Excel จะคิดค่าใหม่มาให้ตามระบบที่ตั้งไว้ใน Region ของ Windows ให้อัตโนมัติ ซึ่งอาจไม่ตรงกับข้อมูลวันที่ที่ถูกต้องก็ได้

ห้าม *1 เด็ดขาด

วิธีเดียวที่จะรู้ว่าข้อมูลต้นทางที่ส่งมาให้นั้น ต้นทางเขาจัดวันเดือนปีไว้อย่างไร ให้ดูที่ข้อมูลที่กรอกไว้หลายๆรายการว่า เลขที่วัน 1-31 วางไว้ตรงไหน เลขที่เดือนต้องเป็นแค่ 1-12 คือเลขส่วนไหน (แต่ถ้าดูจากภาพตัวอย่างนี้ ไม่มีทางที่จะมองออก)

พอมองออกแล้วว่าระบบต้นทางจัดไว้ยังไง จากนั้นจึงใช้สูตรใน Excel แยกตัวเลขแต่ละส่วนออกมาแล้วประกอบขึ้นใหม่เป็นวันที่ชิดขวาและมีค่าตรงกับวันที่ต้นทาง

แนะนำคลิปสุดท้ายในหน้านี้ https://www.excelexperttraining.com/book/index.php/a-to-z/a-b-c-d-e/d-d-d-d-d/date-and-time

พอปรับให้ถูกต้องและชิดขวาแล้วก็สามารถนำไปใช้ต่อใน Excel โดยหลีกเลี่ยงการปรับให้เป็น Text ที่ชิดซ้าย เพราะข้อมูลที่เอาไปใช้ต่อจะต้องเสียเวลามาสืบค้นอีกว่าจัดวันเดือนหรือเดือนวันกันแน่

   

ตัวเลขที่เห็นบนหน้าจอนี้ บอกอะไรคุณบ้าง

 

=Now() เป็นสูตรที่ไม่ได้บอกแค่วันเดือนปีและเวลาปัจจุบันเท่านั้น แต่ยังสอนให้รู้วิธีกรอกค่าลงไปใน Excel ด้วยว่า

1. ให้กรอกวัน/เดือน/ปีค.ศ. 4 หลัก และควรใช้เครื่องหมาย / แบ่งแต่ละส่วน ซึ่งถ้าแสดงต่างจากที่เห็นนี้ คุณก็ควรกรอกตามแบบที่แสดงบนหน้าจอของคุณ (อย่ากรอกปีพ.ศ.)
2. ให้กรอกเวลาตามแบบ ชม:นาที โดยใช้เครื่องหมาย colon :
3. พอกรอกเสร็จจะเห็นว่าชิดข้างขวาของเซลล์

ที่สำคัญมาก สังเกตุด้วยว่า วันที่ มาก่อนเดือน มาก่อนปี แสดงว่าได้จัดระบบใน Windows > Setting > Region ไว้เป็นวันที่มาก่อน

ส่วนวันที่ตรงมุมด้านขวาล่างของจอ ซึ่งแสดงปีพ.ศ.นั้น แสดงว่าได้ตั้งระบบ Windows ให้ใช้ Region แบบ Thailand ไว้ (ซึ่งอย่านำปีพ.ศ.ไปกรอกลงไปใน Excel ล่ะครับ)

☝️ ถ้าตัวเลขที่เห็นบนหน้าจอของคุณแสดงกลับกันเป็น 2/8/2025 นั่นแสดงว่า ระบบ Region ที่ตั้งไว้ไม่ใช่ไทย น่าจะตั้งระบบเป็น USA ซึ่งเอาเดือนขึ้นก่อนวัน

🧐 ที่สำคัญที่สุด คือ ในการกรอกค่าลงไปใน Excel ให้กรอกวันเดือนปี หรือเดือนวันปี ตามระบบที่ตั้งไว้ที่สูตร Now() แสดงให้เห็นเสมอ พอนำแฟ้มไปเปิดบนเครื่องที่ใช้ระบบของตปท ค่าที่กรอกไว้จะยังคงถูกต้องไปตลอดทุกแห่งบนโลก ส่วนการแสดงในเซลล์แบบใดให้ใช้ Format จัดการต่อ

แต่ถ้ากรอกค่าตอนแรกไว้ผิด สลับวันที่กับเดือนกันไว้ ค่าที่กรอกไว้นั้นผิดทั้งหมด ต้องกรอกค่ากันใหม่ทีละเซลล์ หรือต้องแยกแต่ละส่วนที่กรอกไว้ด้วยสูตร Left Right Mid Day Month Year Date ลองค้นหาจากกูกเกิล

แนะนำให้รีบตรวจ Excel ของคุณว่าเป็นแบบนี้หรือแบบไหนกันแน่

หมายเหตุ 

Region ใน WIndows > Setting นั้น ให้ตั้งให้ตรงกับที่ทำงานใช้อยู่และใช้ไปตลอด ไม่ต้องแก้ไขอีกเลยนะครับ และอย่าไปเชื่อใครที่แนะนำให้แก้แล้วแก้อีก